2026-09-02T19:08:51+00:00 iaa TIDLOR บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) TIDLOR ลุ้นกำไรปี 2569 โตแกร่ง รับอานิสงส์ต้นทุนดอกเบี้ยขาลง ไฮไลท์สำคัญ: การเติบโตของสินเชื่อและทิศทางต้นทุนทางการเงิน บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตที่น่าสนใจ โดยโบรกเกอร์ KS ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 6% มาอยู่ที่ 6.2 พันล้านบาท และคาดการณ์กำไรปี 2570-2571 จะเติบโตต่อเนื่องสู่ระดับ 6.6 และ 7.3 พันล้านบาท ตามลำดับ ปัจจัยหนุนหลักมาจาก การขยายตัวของสินเชื่อที่คาดว่าจะโต 5-10% ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มลดลง 5-10 bps จากการรีไฟแนนซ์หนี้สินที่มีต้นทุนสูงออกไป วิเคราะห์ผลประกอบการ: แนวโน้มกำไรรายไตรมาสและปัจจัยกดดัน สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 3 พันล้านบาท ซึ่งแม้จะลดลง 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เนื่องจากฐานกำไรในไตรมาส 1/2569 สูงผิดปกติ แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ยังคงเติบโตได้ดีถึง 25% ทั้งนี้ โบรกเกอร์มองว่าค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญ (Credit Cost) จะอยู่ในระดับ 2.0-2.5% ในปี 2569 ลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 2.2-2.8% ซึ่งเป็น ผลบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ข้อสังเกต: การบริหารพอร์ตสินเชื่อและความเสี่ยงที่ต้องจับตา จุดที่น่าสนใจคือการเติบโตของสินเชื่อที่ทำได้ถึง 27% ในช่วงที่ผ่านมา โดยเน้นไปที่สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกยังคงทรงตัว นอกจากนี้ การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Yield) ให้คงที่ในระดับ 18-21% ในขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยลดลง จะช่วยหนุนให้ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลในช่วงไตรมาส 4/2569 สรุปคำแนะนำการลงทุน: ราคาเป้าหมายและการประเมินมูลค่า โบรกเกอร์ KS ได้ปรับราคาเป้าหมายของ TIDLOR ขึ้นเป็น 24.40 บาท โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าด้วยการปรับฐานไปใช้ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 สะท้อนให้เห็นว่า มูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรในอนาคต โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) จะปรับตัวดีขึ้นเป็น 16% จากเดิม 15.2% นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและคุณภาพสินทรัพย์ประกอบการตัดสินใจลงทุน