Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin TAPAC บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน)

TAPAC พลิกมีกำไร 1.13 ล้านบาทใน Q2/2568 หลังไร้รายการพิเศษฉุดผลประกอบการ

รายได้จากการขายและบริการเติบโตแข็งแกร่ง 37.79% YoY หนุนภาพรวมธุรกิจฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ TAPAC รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 (สิ้นสุด 30 เมษายน 2568) พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.13 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 39.15 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการขยายตัวของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์พลาสติกและแม่พิมพ์ ประกอบกับการไม่มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าและผลกระทบจากการล้มละลายของบริษัทย่อยในต่างประเทศเหมือนเช่นปีก่อนหน้า Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของการพลิกกลับมามีกำไรในไตรมาสนี้ คือการหายไปของรายการพิเศษที่เป็นภาระหนักในปีก่อน ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานหลัก โดยในไตรมาส 2/2567 บริษัทฯ เคยบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตสูงถึง 242.489 ล้านบาท จากกรณีการล้มละลายของบริษัทย่อย C4Hus AB ในประเทศสวีเดน ซึ่งเมื่อไม่มีรายการดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำในไตรมาส 2/2568 จึงส่งผลบวกโดยตรงต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุน ในด้านการดำเนินงานปกติ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการผลิตภัณฑ์พลาสติกและแม่พิมพ์รวม 379.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายในส่วนของชิ้นงานประกอบ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 8.50% จากเดิม 10.67% ในไตรมาส 2/2567 สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ที่เติบโตขึ้น สำหรับความต่อเนื่องของผลประกอบการนั้น การที่บริษัทฯ สามารถกำจัดรายการพิเศษที่เกิดจากความเสียหายของบริษัทย่อยในต่างประเทศออกไปได้ถือเป็นปัจจัยบวกถาวร อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรในอนาคตยังต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้กลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม เนื่องจากรายได้ในไตรมาส 2/2568 ยังคงปรับตัวลดลง 6.84% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการเติบโตของรายได้ยังมีความผันผวนตามสภาวะตลาด Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: พลิกเป็นบวก 1.13 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 39.15 ล้านบาท รายได้รวม: ทำได้ 379.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.79% YoY จากธุรกิจผลิตภัณฑ์พลาสติกและแม่พิมพ์ อัตรากำไรขั้นต้น: อยู่ที่ 8.50% ลดลงจาก 10.67% ในไตรมาส 2/2567 รายการพิเศษ: ไตรมาสนี้ไม่มีการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตจากการล้มละลายของบริษัทย่อย C4Hus AB เหมือนปีก่อน แนวโน้มรายได้: แม้โตเมื่อเทียบ YoY แต่รายได้ปรับตัวลดลง 6.84% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 2/2568 สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นจากการตัดรายการที่เกี่ยวข้องกับบริษัทย่อยที่มีปัญหาออกไป ทำให้บริษัทฯ กลับมามีกำไรสุทธิ แม้ว่าในเชิงการดำเนินงานปกติจะเผชิญกับความท้าทายด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงและรายได้ที่ชะลอตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โอกาส การเติบโตของรายได้ในส่วนของชิ้นงานประกอบที่เพิ่มขึ้นถึง 37.79% YoY แสดงให้เห็นถึงความต้องการในตลาดที่ยังคงมีอยู่ ซึ่งหากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในอนาคตได้ ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักที่ปรากฏคือการลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ซึ่งอาจเกิดจากต้นทุนวัตถุดิบหรือการแข่งขันด้านราคา รวมถึงความผันผวนของรายได้รายไตรมาส (QoQ) ที่แสดงให้เห็นว่าธุรกิจยังมีความเปราะบางต่อปัจจัยภายนอก สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การรักษาอัตรากำไรขั้นต้น: ติดตามว่าบริษัทฯ จะสามารถผลักดัน GPM ให้กลับไปสู่ระดับเลขสองหลักได้หรือไม่ เสถียรภาพของรายได้: การฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาสถัดไปว่าจะสามารถกลับมาเติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2568 ได้หรือไม่ การบริหารจัดการต้นทุน: มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพื่อชดเชยกับ GPM ที่ลดลง รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อุตสาหกรรมพลาสติกและแม่พิมพ์) รายได้หลักของ TAPAC มาจากการขายสินค้าและให้บริการผลิตภัณฑ์พลาสติกและแม่พิมพ์ โดยในไตรมาสนี้รายได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากชิ้นงานประกอบ อย่างไรก็ตาม การที่ GPM ลดลงจาก 10.67% เหลือ 8.50% เป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ เนื่องจากสะท้อนถึงต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ที่ได้รับ สรุปท้าย TAPAC ผ่านพ้นช่วงวิกฤตจากการบันทึกผลขาดทุนพิเศษของบริษัทย่อยในต่างประเทศไปได้แล้วในไตรมาสนี้ ทำให้ผลประกอบการพลิกกลับมาเป็นบวก อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญในระยะถัดไปคือการรักษาโมเมนตัมการเติบโตของรายได้และเร่งปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้กลับมาแข็งแกร่ง เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนจากการดำเนินงานปกติเพียงอย่างเดียว