Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SAPPE บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน)

SAPPE ลุ้นกำไร Q3 ฟื้นตัวแกร่ง รับไฮซีซั่นพร้อมขยายตลาดต่างประเทศ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น SAPPE โดยปรับไปใช้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 42.00 บาท ซึ่งยังมี Upside gain อยู่ที่ 23.5% จากราคาปัจจุบัน โดยมองว่าแนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 3/2569 จะกลับมาเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากปัจจัยหนุนด้านฤดูกาลและการขยายตลาดเชิงรุก วิเคราะห์ผลประกอบการและกลยุทธ์การเติบโต คาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 195-235 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากช่วง High season ของธุรกิจและการรุกตลาดต่างประเทศในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อินเดีย และสหรัฐฯ รวมถึงยอดขายในตะวันออกกลางที่ฟื้นตัวจากการปรับเส้นทางขนส่ง สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะฟื้นตัว QoQ จากการเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้กำลังการผลิต (U-rate) เป็น 65% และอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์และค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่สูงขึ้น ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดกำไรอยู่ที่ 140-160 ล้านบาท ซึ่งแม้จะเป็นช่วง Low season แต่คาดว่าจะยังเติบโตได้ต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อน ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม บริษัทมีการปรับกลยุทธ์ในอินโดนีเซียโดยเลื่อนการรับรู้รายได้จากผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ไปเป็นไตรมาส 1/2570 เพื่อขออนุมัติ FDA เพิ่มเติม ซึ่งไม่กระทบเป้าหมายรายได้รวมที่ตั้งไว้เติบโต 10-15% ต่อปี ทั้งนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ต้นทุนน้ำตาลที่มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น และแผนขยายกำลังการผลิต 25-30% ในช่วงกลางปี 2570 ซึ่งจะส่งผลให้ค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 60 ล้านบาทต่อปี อย่างไรก็ตาม สถานะทางการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งมากด้วยสถานะ Net Cash ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านหนี้สินได้เป็นอย่างดี ส่วนสรุป หยวนต้าประเมินว่า SAPPE ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ไว้ตามเดิม และเชื่อมั่นในกลยุทธ์การขยายช่องทางจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมตลาดหลักทั่วโลก แม้จะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบในบางรายการ แต่ด้วยการบริหารจัดการ U-rate ที่มีประสิทธิภาพและฐานการเงินที่มั่นคง ทำให้ SAPPE ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะยาว