Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

MAJOR ตัดหุ้นซื้อคืนปลดล็อกมูลค่า พร้อมลุยทำกำไรครึ่งปีหลัง

สรุปไฮไลท์สำคัญ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ประกาศลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วด้วยการตัดหุ้นที่ซื้อคืนจำนวน 75.67 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 9.98% ของทุนจดทะเบียน ส่งผลให้จำนวนหุ้นลดลงเหลือ 682.25 ล้านหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารว่าราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน และเป็นการบริหารเงินทุนเพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น เจาะลึกสถานการณ์ธุรกิจ แนวโน้มธุรกิจหลักเริ่มฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายได้จากภาพยนตร์ Top 5 ในช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2569 สูงกว่าช่วงเดียวกันของไตรมาส 3/2568 ถึง 24% นำโดยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ อาทิ Spider-Man และ The Odyssey ประกอบกับในช่วงที่เหลือของปีจะมีภาพยนตร์ไทยฟอร์มใหญ่เข้าฉายต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ทั้งจาก Box Office และธุรกิจ Concession นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ามาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปลี่ยนมาใช้แก้วกระดาษและการเจรจากับ Supplier รวมถึงการปรับทีมงานโฆษณาและการขยายโรงภาพยนตร์ IMAX เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ แม้กำไรสุทธิในครึ่งปีแรก (1H69) จะคิดเป็นเพียง 23% ของประมาณการทั้งปี แต่ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ยังคงประมาณการเดิม โดยเชื่อมั่นว่ากำไรในครึ่งปีหลัง (2H69) จะเร่งตัวขึ้นอย่างโดดเด่นและมีโอกาสทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/2569 ทั้งนี้ ราคาเหมาะสมเชิงทฤษฎีหลังการลดทุนถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 10.22 บาท จากเดิมที่ประเมินไว้ 9.20 บาท (อิง PER 11 เท่า) ซึ่งยังมี Upside จากราคาปัจจุบันถึง 45% สะท้อนว่าตลาดอาจยังไม่ได้รับรู้ประโยชน์จากการลดจำนวนหุ้นอย่างเต็มที่ บทสรุปการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ BUY สำหรับ MAJOR โดยมองว่าบริษัทมีศักยภาพการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นจากการฟื้นตัวของรายได้หลักและมาตรการลดต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การตัดหุ้นซื้อคืนเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยปลดล็อกมูลค่าหุ้นและเพิ่มกำไรต่อหุ้น (EPS) ให้สูงขึ้นในอนาคต นักลงทุนควรจับตาการฟื้นตัวของรายได้โฆษณาและผลประกอบการในช่วงไตรมาส 4/2569 ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ