Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin BYD บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)

BYD ขาดทุนลดลงเหลือ 254.60 ล้านบาทในครึ่งแรกปี 2569 รับอานิสงส์วอลุ่มตลาดหุ้นพุ่ง

รายได้ค่านายหน้าและค่าธรรมเนียมเติบโตเด่น ขณะที่การตั้งสำรอง ECL ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีผลขาดทุนสุทธิ 254.60 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากถึง 2,413.88 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 90.46 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสูงถึง 2,668.48 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจหลักและการลดลงของค่าใช้จ่ายด้านผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของการพลิกฟื้นผลประกอบการในรอบนี้ คือ "การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)" ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลัก (Core Business) ที่ปรับตัวดีขึ้นตามสภาวะตลาด 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนลดลงอย่างมาก คือการตั้งสำรอง ECL ที่ลดลงจาก 2,825.83 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2568 เหลือเพียง 488.47 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2569 ประกอบกับการเติบโตของรายได้ค่านายหน้า (Brokerage Fee) ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 85.51 และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.97 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ด้านรายได้: มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวสูงขึ้นจาก 39,381 ล้านบาท เป็น 61,375 ล้านบาท ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้าทั้งในส่วนของหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากค่าธรรมเนียมการเป็นตัวแทนซื้อขายหน่วยลงทุนและการจัดการกองทุนส่วนบุคคลที่เติบโตได้ดี ด้านค่าใช้จ่าย (ECL): แม้บริษัทจะยังคงมีการตั้งสำรอง ECL สำหรับเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับจาก TSB จำนวน 485.71 ล้านบาท (สำหรับงวด 6 เดือน) เนื่องจากแผนการดำเนินงานของ TSB ล่าช้ากว่าประมาณการเดิม แต่เมื่อเทียบกับฐานที่สูงมากในปีก่อน ทำให้ภาพรวมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามใกล้ชิด โดยเฉพาะในส่วนของ TSB ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระทบต่อการตั้งสำรอง แม้ TSB จะเริ่มมีรายได้จากธุรกิจใหม่ (เช่น การเช่ารถ E-Bus/E-Boat และสัญญา B2B/B2G) และได้รับผลตอบรับที่ดีจากการรับชำระผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมในการปรับโครงสร้างหนี้และการปรับปรุงกิจการของ TSB ซึ่งความคืบหน้าของแผนงานเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ ECL ในอนาคต Highlight สำคัญ ผลขาดทุนสุทธิ: งวด 6 เดือน ขาดทุน 254.60 ล้านบาท (ดีขึ้น 90.46% YoY) รายได้ค่านายหน้า: เติบโตแข็งแกร่งแตะ 148.50 ล้านบาท (+85.51% YoY) ตามวอลุ่มตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้น รายได้ค่าธรรมเนียม: อยู่ที่ 130.04 ล้านบาท (+30.97% YoY) จากธุรกิจตัวแทนขายหน่วยลงทุนและกองทุนส่วนบุคคล การตั้งสำรอง ECL: ลดลงเหลือ 488.47 ล้านบาท (จาก 2,825.83 ล้านบาทในปีก่อน) สถานะเงินให้กู้ยืมแก่ ACE: ปัจจุบันได้รับชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตรงตามสัญญา โดยมียอดคงเหลือ ณ 31 กรกฎาคม 2569 ประมาณ 499.53 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกมิติ ทั้งรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 667.39 ล้านบาท (+15.84% YoY) และการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านสำรองที่ลดลงอย่างมาก ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงเหลือเพียง 254.60 ล้านบาท โอกาส การขยายฐานรายได้ของ TSB ไปสู่ธุรกิจ B2B/B2G และการให้บริการ Fleet Management System การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเป็นช่องทางรายได้ใหม่ที่เติบโตต่อเนื่อง ความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของ TSB ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อลดการพึ่งพารายได้จากเส้นทางเดินรถประจำทางเพียงอย่างเดียว ความเสี่ยง ความล่าช้าในการดำเนินงานของ TSB ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ ความเสี่ยงด้านเครดิตจากเงินให้กู้ยืมแก่ TSB หากแผนการปรับปรุงกิจการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แนวโน้มจำนวนผู้โดยสารรถโดยสารประจำทางที่ลดลงเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการปรับโครงสร้างหนี้และการปรับปรุงกิจการของ TSB ประสิทธิภาพในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจใหม่ของ TSB (B2B/B2G/Fleet Management) ทิศทางมูลค่าการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่านายหน้า การตั้งสำรอง ECL ในไตรมาสถัดไปว่าจะลดลงหรือคงที่ตามสถานการณ์การชำระหนี้ของ TSB รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจหลักทรัพย์) บริษัทมีรายได้หลักจากการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งได้รับอานิสงส์โดยตรงจากปริมาณการซื้อขายในตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ธุรกิจจัดการกองทุนส่วนบุคคลและตัวแทนขายหน่วยลงทุนยังเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยสนับสนุนรายได้ค่าธรรมเนียมให้เติบโตได้ดีกว่าปีก่อน ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทมีการรับชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยจากบริษัทร่วม (ACE) อย่างต่อเนื่องตามสัญญา ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องและสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์ในส่วนของเงินให้กู้ยืมได้ตามแผน สรุปท้าย BYD แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่ชัดเจนในแง่ของผลประกอบการจากการเติบโตของรายได้ธุรกิจหลักและการลดลงของภาระการตั้งสำรอง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การแก้ปัญหาหนี้สินและการปรับโครงสร้างกิจการของ TSB ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความผันผวนของกำไร/ขาดทุนในอนาคต นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของแผนธุรกิจ TSB อย่างใกล้ชิดควบคู่ไปกับทิศทางวอลุ่มตลาดหุ้นไทย