Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

RATCH ลุ้นรับอานิสงส์ Data Center ดันราคาเป้าหมายใหม่ 55 บาท

โอกาสทองจากธุรกิจ Data Center บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX) ออกบทวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" หุ้น RATCH โดยปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 55 บาท จากเดิม 42 บาท หลังประเมินว่าบริษัทกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากการเตรียมขายไฟฟ้าให้แก่กลุ่ม Data Center ขนาดใหญ่ในพื้นที่โรงไฟฟ้าหินกอง (RG) ซึ่งมีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่เสถียร โดยบริษัทอยู่ระหว่างรอความชัดเจนของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) เพื่อรองรับการขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct IPP) คาดการณ์ปริมาณการขายไฟฟ้าในส่วนนี้จะอยู่ที่ 0.7-1.4 กิกะวัตต์ วิเคราะห์ปัจจัยหนุนและการเติบโต แนวโน้มผลประกอบการของ RATCH มีทิศทางที่สดใส โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตอย่างโดดเด่นที่ 8,168 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.3% จากปี 2568 และคาดว่าจะขยับขึ้นต่อเนื่องสู่ 8,507 ล้านบาทในปี 2570 ปัจจัยบวกสำคัญมาจากการขยายการลงทุนในต่างประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และฟิลิปปินส์ รวมถึงการเตรียมความพร้อมรับแผน PDP 2026 ที่เน้นพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี SMR ซึ่ง RATCH มีความได้เปรียบจากการเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับ กฟผ. (EGAT) ทำให้มีโอกาสสูงในการคว้าโครงการใหม่ๆ ข้อสังเกตด้านการเงินและความเสี่ยง จากการวิเคราะห์งบการเงิน พบว่าบริษัทมีการบริหารจัดการกระแสเงินสดและหนี้สินอย่างรัดกุม โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest bearing debt/equity) อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ 0.9 เท่าในปี 2569 และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ PDP 2026 อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญที่จะปลดล็อกการขายไฟฟ้าโดยตรงให้แก่ลูกค้า Data Center ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.โกลเบล็ก มองว่า RATCH เป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจสูงจากความสามารถในการแข่งขันและการปรับตัวรับเทรนด์พลังงานยุคใหม่ การปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ 55 บาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของบริษัท ทั้งจากโครงการ Data Center ในประเทศและโอกาสการลงทุนในต่างแดน ซึ่งจะช่วยสร้างกระแสรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น