2026-08-28T19:11:22+00:00 iaa UNIX บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) UNIX โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2 กำไรพุ่งทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ ผลประกอบการโดดเด่นทำ New High บริษัท ยูนิค พลาสติก อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 118 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง +244% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น +87% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) พร้อมทำรายได้สูงสุดใหม่ที่ 883 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ Heavy Duty Sack และ Flexible Packaging ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนเม็ดพลาสติกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งขึ้นแตะระดับ 24.4% ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส โบรกเกอร์ BYD ปรับเพิ่มเป้าหมายรับการเติบโต ทางด้านบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) ได้ออกบทวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นอีก +66% เป็น 274 ล้านบาท และปี 2570 ขึ้น +33% เป็น 255 ล้านบาท โดยประเมินราคาเป้าหมายใหม่ไว้ที่ 3.20 บาท ด้วยคำแนะนำ "ซื้อ" โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าอิงค่า PER ที่ 8.3 เท่า ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการนำเงินที่ได้จากการระดมทุน IPO ไปใช้คืนหนี้สิน ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้โครงสร้างทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ลดลงเหลือเพียง 1.63 เท่า ซึ่งเป็นการยกระดับฐานกำไรของบริษัทให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่มีข้อสังเกตสำคัญคือในไตรมาส 3 ปี 2569 คาดว่ากำไรอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากต้นทุนเม็ดพลาสติกล็อตใหม่ที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเริ่มสะท้อนเข้าสู่ต้นทุนขาย ทำให้ GPM อาจย่อตัวลงมาอยู่ที่ระดับ 14-15% นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังเตือนถึงความเสี่ยงจากความผันผวนของส่วนต่างราคาวัตถุดิบ (Spread) ที่อาจพลิกกลับได้หากกลไกตลาดเปลี่ยนแปลง รวมถึงคุณภาพกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ยังค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับกำไรสุทธิที่ทำได้ สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป UNIX ถือเป็นหุ้นที่มีการเติบโตที่น่าจับตาจากการขยายกำลังการผลิตและการปรับโครงสร้างหนี้ที่ประสบความสำเร็จ โดยบริษัทมีแผนรุกตลาดบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก (PCR และ Mono-material) เพื่อรองรับกฎเกณฑ์ใหม่ระดับสากล ซึ่งจะเป็นฐานรายได้ที่มีศักยภาพในอนาคต ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด โดยหุ้นตัวนี้ยังมีความน่าสนใจจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับประมาณ 6.9% ภายใต้สถานะทางการเงินที่มั่นคงขึ้นอย่างชัดเจน