Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BCH บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)

โบรกเกอร์ PI ปรับเป้า BCH รับข่าวดีประกันสังคมและผู้ป่วยต่างชาติฟื้นตัว

สรุปประเด็นสำคัญและคำแนะนำการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ PI คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น BCH โดยได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 13.20 บาท จากเดิม 11.20 บาท ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) อิง WACC ที่ 9% และ Terminal Growth ที่ 1% โดยมองว่าบริษัทได้รับผลบวกจากการขยายสิทธิประกันสังคม (ม.33) และการเติบโตของรายได้ผู้ป่วยต่างชาติในกลุ่มตะวันออกกลางที่ฟื้นตัวอย่างโดดเด่น วิเคราะห์ผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 343 ล้านบาท ขยายตัว +28.2% QoQ แม้จะหดตัว YoY โดยรายได้รวมทรงตัวที่ 3 พันล้านบาท ทั้งนี้รายได้จากประกันสังคม เติบโต +4% YoY จากการรักษาโรคซับซ้อนมากขึ้น สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง (2H26) คาดว่าจะเติบโตตามฤดูกาล (High Season) และรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติ (UAE, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ BCH ยังเตรียมรับรู้รายได้จากโรงพยาบาลใหม่ในอุบลราชธานีตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุน ประเด็นที่ต้องจับตาคือการปรับค่ารักษาประกันสังคม ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยผู้บริหารคาดว่าจะมีการปรับขึ้นไม่น้อยกว่า 10% หลังจากไม่มีการปรับมานานถึง 4 ปี ซึ่งจะเป็น ผลบวกโดยตรงต่อรายได้ นอกจากนี้ การอนุมัติขยาย ม.33 ให้แรงงานนอกระบบจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ประกันตนในระบบให้เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีต้นทุนยาและค่าธรรมเนียมแพทย์ที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมส่งเสริมการตลาด บทสรุปการลงทุน BCH ยังคงเป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจจากการเป็นผู้นำในกลุ่มประกันสังคมและฐานผู้ป่วยต่างชาติที่แข็งแกร่ง แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นในระยะสั้น แต่ด้วยปัจจัยบวกจากการปรับค่ารักษาพยาบาลและการขยายฐานผู้ประกันตนในอนาคต จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ผลประกอบการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยนักลงทุนควรติดตามผลการประชุมเรื่องค่ารักษาประกันสังคมที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ตุลาคมนี้อย่างใกล้ชิด