Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AH บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)

AH โชว์ฟอร์มแกร่งรายได้ต่างประเทศหนุนกำไรพุ่ง โบรกฯ ปรับเป้ากำไรปี 69 ขึ้น 8%

ไฮไลท์สำคัญ: ผลประกอบการสวนกระแสอุตสาหกรรม บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH ประกาศผลประกอบการงวด 2Q26 ที่ออกมาโดดเด่นสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากฐานการผลิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะมาเลเซียและโปรตุเกสที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้โบรกเกอร์ PI ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นอีก 8% มาอยู่ที่ 852 ล้านบาท หรือเติบโต 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เจาะลึกผลงาน Q2/2569 และแนวโน้มครึ่งปีหลัง ในไตรมาส 2/2569 AH มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 195 ล้านบาท (+81%YoY) แม้จะลดลง 38%QoQ โดยหากไม่รวมรายการพิเศษจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 202 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 6,636 ล้านบาท เติบโตจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยมาเลเซียโต 33%YoY และโปรตุเกสโต 17%YoY ซึ่งเข้ามาช่วยชดเชยรายได้ในไทยที่ลดลง 13%YoY ตามทิศทางอุตสาหกรรมรถกระบะในประเทศที่ยังซบเซา สำหรับแนวโน้ม 2H26 บริษัทต้องเผชิญความท้าทายจากการที่สภาอุตสาหกรรมปรับลดเป้าการผลิตรถยนต์ในประเทศเหลือ 1.45 ล้านคัน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีปัจจัยบวกจากคำสั่งซื้อใหม่จากมิตซูบิชิ ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ข้อสังเกตด้านการเงินและการลงทุน แม้ธุรกิจในไทยจะถูกกดดัน แต่ AH ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 8.5% เพิ่มขึ้นจาก 7.4% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น 58%YoY มาอยู่ที่ 102 ล้านบาท ด้านสถานะทางการเงินถือว่ามีความมั่นคง โดยได้รับอานิสงส์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI ที่ช่วยลดภาระภาษีจ่ายลง 38%YoY สำหรับกลุ่ม EV แม้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ยังน้อยเพียง 5% แต่บริษัทกำลังเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์จากจีน ซึ่งต้องติดตามมาตรการภาษีของภาครัฐที่จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการผลิตในประเทศมากขึ้น สรุปคำแนะนำการลงทุน จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งและการปรับประมาณการกำไรขึ้น PI จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ที่ 17.1 บาท อิงค่า PER ปี 2569 ที่ 7.1 เท่า ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการชดเชยรายได้ในประเทศด้วยฐานการผลิตต่างประเทศในช่วงครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโปรตุเกสจะมีวันหยุดยาวซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้ในบางช่วง