Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SAWAD บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

วิเคราะห์เจาะลึก SAWAD กับกลยุทธ์ปรับทัพรับมือความท้าทายครึ่งปีหลัง

สรุปประเด็นสำคัญและมุมมองโบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น SAWAD โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 28.70 บาท พร้อมระบุว่ามูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังไม่แพงและมีความน่าสนใจ โดยมองว่ากำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H69) จากการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพและการปรับกลยุทธ์ธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น เจาะลึกผลการดำเนินงานและกลยุทธ์การเติบโต ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 พบว่ากำไรปกติมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย โดยอัตราผลตอบแทนสินเชื่อ (Yield) อยู่ที่ 17.4% ซึ่งได้รับผลกระทบจากการปรับพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนและเช่าซื้อ (HP) อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการ ชะลอการเปิดสาขาใหม่ลงเหลือ 100-200 แห่งต่อปี และเน้นการใช้พนักงานแทนการขยายสาขาเพื่อคุมต้นทุน นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเติบโตของสินเชื่อใหม่ในกลุ่มสินเชื่อโทรศัพท์มือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อรวมทั้งปีไว้ที่ 5-10% ข้อสังเกตด้านการเงินและทิศทางต้นทุน ในส่วนของต้นทุนทางการเงิน โบรกเกอร์มองว่า ต้นทุนดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากบริษัทมีการบริหารจัดการหุ้นกู้ชุดใหม่ที่มีต้นทุนต่ำลง โดยคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 4% ภายในสิ้นปี 2569 สำหรับคุณภาพสินทรัพย์นั้น บริษัทสามารถควบคุม NPL ได้ต่ำกว่า 1% และมีอัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) อยู่ที่ 25-30% อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูผลขาดทุนจากรถยึดที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 50 ล้านบาทต่อไตรมาส จากเดิมที่ 109 ล้านบาทในช่วงต้นปี ซึ่งถือเป็น ผลบวกต่อการฟื้นตัวของกำไร บทสรุปการลงทุน โดยรวมแล้ว โบรกเกอร์ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ SAWAD เนื่องจากธุรกิจหลักคือสินเชื่อจำนำทะเบียนยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่สร้าง Yield และการเติบโตในระยะยาว แม้ในช่วงครึ่งปีแรกจะเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุน แต่การปรับกลยุทธ์ลดต้นทุนทางการเงินและการคุมเข้มค่าใช้จ่ายจะช่วยหนุนให้กำไรกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 นักลงทุนจึงควรติดตามการเติบโตของสินเชื่อใหม่และการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างใกล้ชิด