Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PR9 บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน)

PR9 สัญญาณบวกผู้ป่วยต่างชาติหนุนกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น PR9 หรือ บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมเคาะราคาเป้าหมายที่ 22.70 บาท ด้วยวิธีคิดแบบ DCF (WACC 10%, LTG 3%) ซึ่งมี Upside จากราคาปัจจุบันถึง 24% โดยมองว่าแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H69F) จะฟื้นตัวได้ดีจากการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติและการฟื้นตัวของผู้ป่วยไทย เจาะลึกปัจจัยหนุนการเติบโต ภาพรวมรายได้ใน 2H69F มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยในไตรมาส 2/2569 รายได้โรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 3% YoY นำโดยกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโตเด่นถึง 10.8% YoY ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ต่างชาติพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 29% โดยเฉพาะเมียนมาและตะวันออกกลางที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นการรักษาโรคซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ป่วย (IPD เพิ่มขึ้น 11% YoY, OPD เพิ่มขึ้น 3% YoY) แม้จำนวนผู้ป่วยรวมจะยังไม่สูงมาก แต่การลงทุนในเครื่องมือแพทย์เฉพาะทาง เช่น Biplane Angiography และ HBOT ช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับเคสยากได้เป็นอย่างดี ข้อสังเกตและสถานะทางการเงิน สำหรับกำไรในไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะเติบโตทั้ง YoY และ QoQ จากปัจจัยฤดูกาล (High Season) ที่หนุนผู้ป่วยไทยฟื้นตัว อย่างไรก็ตามต้องจับตาฐานภาษีที่ต่ำในปีก่อนหน้าอาจจำกัดการเติบโต YoY บางส่วน ในส่วนของอัตรากำไร (Margin) คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นใน 2H69F จาก Operating leverage และค่าใช้จ่าย SG&A ที่มีแนวโน้มลดลงหลังจากพ้นค่าใช้จ่ายพิเศษในไตรมาส 2/2569 ทั้งนี้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีหนี้สินต่อทุน (Net IBD/Equity) อยู่ในระดับต่ำมากที่ 0.00 เท่า สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินและกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ สรุปภาพรวมการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่า PR9 กำลังเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวของกำไรอย่างเต็มตัว โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 900 ล้านบาท และปี 2570 อยู่ที่ 987 ล้านบาท ตามลำดับ ปัจจัยบวกสำคัญคือการเพิ่มสัดส่วนเคสรักษาโรคซับซ้อนและการใช้ประโยชน์จากต้นทุนคงที่ (Operating leverage) ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรระวังปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจในประเทศ การระบาดของโรคตามฤดูกาล ความล่าช้าในการชำระเงินจากสถานทูต และความไม่สงบในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้ป่วยต่างชาติได้