Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

MAJOR ลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลัง โบรกฯ คงคำแนะนำ ซื้อ รับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์หนุน

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ MAJOR โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 8.80 บาท ประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF (WACC 7.8%) แม้ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะชะลอตัวลงตามปัจจัยฤดูกาลและจำนวนภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่เข้าฉายน้อยกว่าปีก่อน แต่คาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานจะกลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในครึ่งปีหลัง (2H26) เจาะลึกผลประกอบการไตรมาส 2/2569 MAJOR รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 72 ล้านบาท ลดลง 42% YoY และ 4% QoQ แต่ถือว่า ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ 17% จากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีกว่าเป้า โดยรายได้รวมอยู่ที่ 1,534 ล้านบาท ลดลง 21% YoY เนื่องจากจำนวนภาพยนตร์ฮอลลีวูดฟอร์มใหญ่เข้าฉายน้อยลง ส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังรายได้ธุรกิจจำหน่ายป๊อปคอร์นและเครื่องดื่มที่ลดลง 32% YoY อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจโฆษณาในโรงภาพยนตร์ฟื้นตัวได้ดี เพิ่มขึ้น 8% YoY รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น 50% YoY ช่วยประคองผลประกอบการในไตรมาสนี้ไว้ได้ ข้อสังเกตและทิศทางธุรกิจ ฝ่ายวิจัยมองว่าความผันผวนของรายได้ในไตรมาส 2 เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว โดยคาดการณ์ว่า ครึ่งปีหลัง 2569 จะเป็นช่วงของการฟื้นตัว จากไลน์อัพภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งไทยและต่างประเทศที่เตรียมเข้าฉายจำนวนมาก เช่น Spider-Man: Brand New Day, Avengers: Doomsday และ The Hunger Games: Sunrise on the Reaping ซึ่งจะช่วยกระตุ้นจำนวนผู้ชมและยอดขายป๊อปคอร์นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง นอกจากนี้ การฟื้นตัวของงบโฆษณาจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของรายได้ธุรกิจโรงภาพยนตร์ในอนาคต สรุปมุมมองการลงทุน ในเชิงมูลค่าหุ้น MAJOR ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PER เพียง 10.7 เท่า ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต 10 ปีที่ 18 เท่าอย่างมาก สะท้อนว่าราคาหุ้นในปัจจุบันมีความน่าสนใจในการเข้าลงทุนเพื่อรับการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสำเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่องและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงฟื้นตัวอย่างจำกัดเป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจ