2026-08-24T19:11:00+00:00 iaa SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) SCGP ทุ่มงบหมื่นล้านขยายฐานผลิตกระดาษยิปซัม รับเทรนด์วัสดุก่อสร้างโต การลงทุนครั้งใหญ่เพื่ออนาคต บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานว่า SCGP ประกาศแผนลงทุนมูลค่า 9,846 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตกระดาษสำหรับแผ่นยิปซัม (Plasterboard Liner) เพิ่มอีก 400,000 ตันต่อปี ที่โรงงาน SKIC จังหวัดกาญจนบุรี โดยคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4 ปี 2571 เพื่อรองรับความต้องการวัสดุก่อสร้างน้ำหนักเบาในภูมิภาคที่เติบโตเฉลี่ย 4-5% ต่อปี ซึ่งการลงทุนนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับพอร์ตธุรกิจสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (HVA) ที่มีคู่แข่งน้อยและมีฐานลูกค้าเป็นบริษัทข้ามชาติ (MNC) ระดับโลก วิเคราะห์เจาะลึกศักยภาพการทำกำไร นักวิเคราะห์มองว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการสินค้า (Product Mix) เนื่องจากเครื่องจักรใหม่สามารถสลับไปผลิต Premium Linerboard ได้ โดยสินค้ากลุ่ม Plasterboard Liner มีอัตรากำไรขั้นต้น (EBITDA Margin) สูงถึง 18-19% ซึ่งสูงกว่ากระดาษ Testliner ปกติประมาณ 10% ทั้งนี้ แม้จะต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปีในการ Ramp-up กำลังการผลิตให้เต็มประสิทธิภาพ แต่การขยายตัวครั้งนี้จะช่วยหนุนรายได้และ Margin ในระยะกลางถึงยาวอย่างมีนัยสำคัญ โดยปัจจุบัน SCGP มีกำลังการผลิตกระดาษยิปซัมเพียง 75,000 ตันต่อปี ซึ่งใช้งานเกือบเต็มกำลังแล้ว ข้อสังเกตด้านการดำเนินงานและความเสี่ยง ในส่วนของผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 128% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้าน ESG โดยเฉพาะการใช้ถ่านหินเป็นพลังงานหลักที่อาจเผชิญแรงกดดันด้านการลดคาร์บอน รวมถึงความท้าทายในการบริหารจัดการการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) ในต่างประเทศ ทั้งในด้านการรวมระบบ (Integration) และการสร้าง Synergy ให้เป็นไปตามเป้าหมาย คำแนะนำการลงทุน ฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางการเติบโตของ SCGP ทั้งจากการขยายกำลังการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (Organic Growth) และโอกาสในการร่วมลงทุน (Inorganic Growth) จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี DCF ไว้ที่ 36.00 บาทต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นจังหวะการลงทุนที่น่าสนใจเพื่อรับการเติบโตในระยะยาวของบริษัท