2026-08-24T19:10:55+00:00 iaa ORI บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ORI ลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลัง 2569 โบรกฯ ปรับคำแนะนำเป็น Trading รับแผนลดหนี้และเพิ่มรายได้ประจำ ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เตรียมปรับกลยุทธ์ธุรกิจที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 โดยเน้น การเพิ่มสภาพคล่องและลดภาระหนี้สิน ผ่านการเร่งระบายสต็อกพร้อมอยู่ที่มีมูลค่ารวมกว่า 1.9 หมื่นล้านบาท พร้อมปรับลดแผนเปิดโครงการใหม่เหลือเพียง 4 โครงการ มูลค่า 6 พันล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด นอกจากนี้ยังเดินหน้าขยายธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ทั้งโรงแรม ออฟฟิศ และคลังสินค้า เพื่อทดแทนสินทรัพย์ที่ขายออกไปตามโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 492 ล้านบาท โดยคาดว่าผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง (2H69) จะ ฟื้นตัวได้ดีกว่าครึ่งปีแรก (1H69) ที่มีกำไรปกติ 203 ล้านบาท เนื่องจากมีการส่งมอบโครงการใหม่ในภูเก็ตที่มีมาร์จิ้นสูงเข้ามาหนุน สำหรับปี 2570 คาดการณ์กำไรปกติจะเติบโตโดดเด่นถึง 41% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) แตะระดับ 694 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใหม่ 9 โครงการ มูลค่ารวม 2 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะโครงการย่านทองหล่อที่มีมาร์จิ้นสูงถึง 35-40% ทั้งนี้ โบรกเกอร์ให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 1.98 บาท (อิง PER 7 เท่า) และปรับคำแนะนำขึ้นเป็น Trading ข้อสังเกตและปัจจัยความเสี่ยง แม้บริษัทจะมีแผนการจัดการสินทรัพย์ที่ชัดเจน แต่ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามคือ ความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่ผันผวน รวมถึงความซับซ้อนของโครงการร่วมทุน (JV) ที่เพิ่มความท้าทายในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังเป็นตัวแปรสำคัญ หากเศรษฐกิจชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและยอดโอนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้นอาจทำให้การรักษาอัตรากำไรทำได้ยากขึ้น ส่วนสรุปการลงทุน ในภาพรวม ORI กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมีแผนขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT เพื่อสร้างกระแสเงินสดสุทธิ (Extra Cash) 1.5-1.8 พันล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและสร้างกำไรพิเศษได้เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาดูวินัยทางการเงินและการควบคุมต้นทุนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างหนี้ตามลักษณะธุรกิจยังคงมีความเสี่ยงในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง