Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)

SCGP พื้นฐานแกร่งสวนกระแสราคาหุ้นย่อตัว โบรกฯ มองเป็นโอกาสสะสมรับการเติบโตในอินเดียและอินโดนีเซีย

ไฮไลท์สำคัญ ราคาหุ้น SCGP ปรับตัวลดลงประมาณ 12% จากจุดสูงสุดในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้รับแรงกดดันจาก Sentiment เชิงลบของกลุ่มกระดาษและบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม บล.เอเซียพลัส (ASPS) ยืนยันว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัทไม่ได้เปลี่ยนแปลงในทางลบ และมองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นเป็นเพียงแรงขายทำกำไรระยะสั้นเท่านั้น ส่วนเนื้อหาการวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส ประเมินว่าแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 3/2569 ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่สามารถปรับราคาขายขึ้นได้เทียบเท่าระดับภูมิภาค ส่วนในเวียดนามและกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคยังคงมีคำสั่งซื้อเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้ SCGP กำลังปรับกลยุทธ์ลดการพึ่งพาตลาดจีนและหันไปขยายฐานในอินเดียมากขึ้น (สัดส่วนยอดขาย 3% แซงหน้าจีนที่ 2%) พร้อมเดินหน้าดีลซื้อโรงกล่องกระดาษในอินโดนีเซียเพื่อเพิ่มระดับ Integration ของธุรกิจอีก 10% ซึ่งจะช่วยเสริมอำนาจต่อรองและเพิ่มประสิทธิภาพกำไรในระยะยาว โดย ASPS ให้ราคาเป้าหมายที่ 36.00 บาท (วิธี DCF) พร้อมแนะนำ “ซื้อ” ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 มีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้นถึง 135% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และกำไรสุทธิเติบโต 128% (YoY) สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้บริษัทจะเผชิญความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมจากการใช้ถ่านหินเป็นพลังงานหลัก แต่ SCGP ก็มีความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงทดแทน ซึ่งจะเป็น ผลบวกต่อการลดต้นทุนการผลิต และช่วยยกระดับภาพลักษณ์องค์กรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่วนสรุป โดยรวมแล้ว SCGP ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตสูงจากการบริหารพอร์ตสินค้าในฐานการผลิตหลักทั้งไทย อินโดนีเซีย และเวียดนาม แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาเศษกระดาษและการขยายธุรกิจผ่าน M&A ในต่างประเทศที่ต้องติดตามการสร้าง Synergy แต่ด้วยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นตลาดที่มีการเติบโตสูง ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนศักยภาพที่แท้จริงของบริษัทในอนาคต