2026-08-21T08:31:47+00:00 iaa KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) KTB ถูกปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ หลังราคาหุ้นพุ่งแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในหุ้น Krung Thai Bank (KTB) จากเดิม "ซื้อ" เป็น "ถือ" โดยให้เหตุผลว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้วถึง 52% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) และพุ่งสูงถึง 81% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้อัพไซด์เริ่มจำกัด อย่างไรก็ตาม ได้มีการ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 46 บาท (อิง P/BV ปี 70 ที่ 1.3 เท่า และ ROE 10.9%) เพื่อสะท้อนการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ที่สูงกว่าคาด ส่วนเนื้อหาการวิเคราะห์ ในด้านผลประกอบการ MST ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 และ 2570 ขึ้น 6% และ 2% ตามลำดับ โดยคาดว่าจะมีกำไรจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาด (Mark-to-market) จากการลงทุนในบริษัทการบินไทย (THAI) ประมาณ 3.2 พันล้านบาท เข้ามาหนุนในไตรมาส 3/2569 สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2569 คาดว่าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะเร่งตัวขึ้นจากการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขณะที่ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) มีแนวโน้มลดลงสู่ระดับ 0.95% ในปี 2569 จากพอร์ตสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและมี NPL Coverage Ratio สูงถึง 202% ซึ่งเป็น ผลบวกต่อความแข็งแกร่งของธนาคาร ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ KTB จะมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงและคาดว่าจะรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูงที่ 6.0% (บนสมมติฐาน Payout Ratio 75%) แต่มีข้อสังเกตสำคัญคือ คุณภาพสินทรัพย์ที่อาจอ่อนแอกว่าที่คาด ซึ่งถือเป็น ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม นอกจากนี้ สัดส่วนสินเชื่อภาครัฐที่มีแนวโน้มลดลงจากการชำระคืนหนี้ อาจส่งผลต่อการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวมในปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้เพียง 0-2% อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อรายย่อยและ SME เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ส่วนสรุป โดยรวมแล้ว KTB ยังคงเป็นธนาคารที่มีพื้นฐานดีและมีความสามารถในการรักษา ROE ให้อยู่ในระดับสองหลักได้ต่อเนื่อง แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว นักลงทุนจึงควรชะลอการลงทุนหรือถือเพื่อรับเงินปันผลแทนการเข้าซื้อเพิ่มในระยะสั้น ทั้งนี้ นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาหุ้นและคุณภาพสินทรัพย์ประกอบการตัดสินใจลงทุนเสมอ