Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

KTB ถูกปรับลดคำแนะนำเป็น ถือ หลังราคาหุ้นพุ่งแรงเกินปัจจัยพื้นฐาน

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในหุ้น Krung Thai Bank (KTB) จากเดิม "ซื้อ" เป็น "ถือ" โดยให้เหตุผลว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้วถึง 52% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) และพุ่งสูงถึง 81% ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ทำให้อัพไซด์เริ่มจำกัด อย่างไรก็ตาม ได้มีการ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 46 บาท (อิง P/BV ปี 70 ที่ 1.3 เท่า และ ROE 10.9%) เพื่อสะท้อนการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ที่สูงกว่าคาด ส่วนเนื้อหาการวิเคราะห์ ในด้านผลประกอบการ MST ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 และ 2570 ขึ้น 6% และ 2% ตามลำดับ โดยคาดว่าจะมีกำไรจากการปรับมูลค่าตามราคาตลาด (Mark-to-market) จากการลงทุนในบริษัทการบินไทย (THAI) ประมาณ 3.2 พันล้านบาท เข้ามาหนุนในไตรมาส 3/2569 สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4/2569 คาดว่าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะเร่งตัวขึ้นจากการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ขณะที่ต้นทุนความเสี่ยงจากการให้สินเชื่อ (Credit Cost) มีแนวโน้มลดลงสู่ระดับ 0.95% ในปี 2569 จากพอร์ตสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและมี NPL Coverage Ratio สูงถึง 202% ซึ่งเป็น ผลบวกต่อความแข็งแกร่งของธนาคาร ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ KTB จะมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงและคาดว่าจะรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูงที่ 6.0% (บนสมมติฐาน Payout Ratio 75%) แต่มีข้อสังเกตสำคัญคือ คุณภาพสินทรัพย์ที่อาจอ่อนแอกว่าที่คาด ซึ่งถือเป็น ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม นอกจากนี้ สัดส่วนสินเชื่อภาครัฐที่มีแนวโน้มลดลงจากการชำระคืนหนี้ อาจส่งผลต่อการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวมในปีนี้ที่ตั้งเป้าไว้เพียง 0-2% อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อรายย่อยและ SME เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ส่วนสรุป โดยรวมแล้ว KTB ยังคงเป็นธนาคารที่มีพื้นฐานดีและมีความสามารถในการรักษา ROE ให้อยู่ในระดับสองหลักได้ต่อเนื่อง แต่ด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและสะท้อนปัจจัยบวกไปมากแล้ว นักลงทุนจึงควรชะลอการลงทุนหรือถือเพื่อรับเงินปันผลแทนการเข้าซื้อเพิ่มในระยะสั้น ทั้งนี้ นักลงทุนควรพิจารณาความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาหุ้นและคุณภาพสินทรัพย์ประกอบการตัดสินใจลงทุนเสมอ