Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KTB ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

KTB สินเชื่อครึ่งปีหลังสดใสรับอานิสงส์โครงการรัฐ

แนวโน้มการเติบโตและคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ Phillip Securities (PST) ออกบทวิเคราะห์ธนาคารกรุงไทย (KTB) โดยคงคำแนะนำ “ทยอยซื้อ” พร้อมคงราคาพื้นฐานที่ 46 บาท โดยมองว่าสินเชื่อของธนาคารมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H69) จากแรงหนุนของสินเชื่อ SME และสินเชื่อรายใหญ่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ นอกจากนี้ การปรับสัดส่วนสินเชื่อให้มีผลตอบแทนสูงขึ้นจะช่วยสนับสนุนส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ให้มีความมั่นคง วิเคราะห์เจาะลึกสถานะการเงินและผลประกอบการ ในส่วนของผลประกอบการ 1H69 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อได้ 3.6% แม้จะคงเป้าหมายทั้งปีไว้ที่ 0-2% เนื่องจากมีการชำระคืนสินเชื่อรายใหญ่และภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ใน 4Q69 คาดว่าสินเชื่อจะกลับมาเติบโตได้ตามฤดูกาล (High Season) สำหรับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ใน 1H69 อยู่ที่ 2.47% ซึ่งอยู่ในเป้าหมายปีนี้ที่ 2.35-2.5% ทั้งนี้ PST คาดการณ์กำไรปี 2569 ไว้ที่ 48,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (y-y) โดยมีปัจจัยบวกจากการลดสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐที่ให้ผลตอบแทนต่ำ และเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อ SME และรายใหญ่ที่มีผลตอบแทนสูงกว่าเข้ามาแทน ข้อสังเกตด้านต้นทุนและคุณภาพสินทรัพย์ ในด้านต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) พบว่าใน 1H69 อยู่ที่ 38.9% ซึ่ง PST คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นใน 2H69 เนื่องจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานและค่าใช้จ่ายด้านโปรโมชั่นที่มักจะสูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 40-45% สำหรับคุณภาพสินทรัพย์นั้น แม้ NPL ใน 2Q69 จะอยู่ที่ 2.92% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2568 แต่ถือว่าลดลงจาก 1Q69 ที่ 2.93% โดยธนาคารมีความมั่นใจในการบริหารจัดการและตั้งเป้าคุม NPL ไม่ให้เกิน 3.1% พร้อมทั้งมีการลดระดับการตั้งสำรองลงให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย 75-115 bps สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป PST มองว่า KTB เป็นธนาคารที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยราคาพื้นฐาน 46 บาท ยังคงมีส่วนต่าง (Upside) ที่น่าสนใจ พร้อมคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลที่ 2.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 4.8% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นธนาคารที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีการเติบโตที่ชัดเจนในช่วงที่เหลือของปี