Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa HANA บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน)

HANA ลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลังรับอานิสงส์ Semiconductor Cycle ขาขึ้น

ไฮไลท์สำคัญ: การเติบโตจากธุรกิจเดิมและการขยายตัวสู่เทคโนโลยีใหม่ บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส (HANA) มีแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลัง (2H26) ที่สดใสขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและการเริ่มผลิตสินค้าใหม่ในไตรมาส 3/26 ทั้งที่โรงงานลำพูนและโครงการ Phononic ที่มีความคืบหน้าเร็วกว่าแผน นอกจากนี้ยังได้รับอานิสงส์จากความต้องการในอุตสาหกรรม Semiconductor ที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่วนเนื้อหา: เจาะลึกการดำเนินงานและแผนการผลิต โบรกเกอร์ BLS ระบุว่าภาพรวมธุรกิจของ HANA มีสัญญาณบวกจากการที่โรงงานลำพูนเริ่มเดินเครื่องผลิตโครงการใหม่ใน Q3/26 ขณะที่ธุรกิจ IC ที่อยุธยามีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization) ที่ดีขึ้น รวมถึงมี Pipeline สินค้าใหม่ (NPI) จำนวนมาก ในส่วนของ Phononic นั้นเริ่มการผลิตแล้วผ่านลูกค้า 5 ราย และกำลังเร่งผลิต High-density PCBA สำหรับ AI oscilloscope ให้เต็มกำลังภายในสิ้น Q4/26 ด้านธุรกิจในต่างประเทศอย่าง Ohio RFID คาดว่าจะกลับมามีกำไรใน Q4/26 ส่วนกัมพูชาก็เตรียมผลิตสินค้ากลุ่มการแพทย์ใน Q3/26 เช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทเริ่มพิจารณาเพิ่มงบลงทุน (Capex) สำหรับปี 2027 เพื่อรองรับการเติบโตที่คาดว่าจะชัดเจนขึ้นในปีหน้า ข้อสังเกต: ความท้าทายและการบริหารจัดการต้นทุน แม้จะมีปัจจัยบวก แต่บริษัทก็ยังเผชิญกับความท้าทายในธุรกิจ China EMS ที่ได้รับผลกระทบจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical issues) ซึ่งบริษัทกำลังปรับลดขนาดธุรกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร (Profitability) นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องระยะเวลาการรอคอยเครื่องจักร (Lead time) ที่ยาวนานถึง 6-9 เดือน ซึ่งอาจส่งผลต่อความล่าช้าในการติดตั้งอุปกรณ์บางส่วน แม้กระบวนการรับรองมาตรฐาน (Qualification) จะทำได้รวดเร็วก็ตาม ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุนจาก BLS โบรกเกอร์ BLS ให้คำแนะนำ HOLD โดยมองว่าแม้ภาพรวมการเติบโตของกำไรในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวตามวัฏจักรธุรกิจ แต่ปัจจุบันยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ (Upside) ที่โดดเด่นเข้ามาเพิ่มเติม โดยตลาดกำลังรอประเมินรายได้จริงจากโครงการ AI ที่จะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q3/26 เป็นต้นไป ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการผลิตสินค้าใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนในส่วนธุรกิจที่ยังมีความกดดันอย่างใกล้ชิด