Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CHG บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน)

หยวนต้าอัปเกรด CHG รับกำไรฟื้นตัวเด่น พร้อมเคาะเป้าหมายใหม่ 2.05 บาท

ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 เติบโตตามคาด บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น CHG โดยปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 2.05 บาท ด้วยวิธี DCF (WACC 8.0%) โดยระบุว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีกำไรปกติอยู่ที่ 229 ล้านบาท เติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้จะลดลง 8% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ถือว่าใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากรายได้กลุ่มประกันสังคมและโครงการภาครัฐ รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ เจาะลึกปัจจัยบวกและสถานะทางการเงิน นักวิเคราะห์มองว่า CHG มีความโดดเด่นกว่ากลุ่มโรงพยาบาลเอกชนรายอื่น โดยคาดการณ์กำไรปี 2569 ไว้ที่ 965 ล้านบาท (+4% YoY) ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่เผชิญภาวะชะลอตัว เนื่องจาก CHG มีจุดแข็งจาก 1) ฐานรายได้ประกันสังคมที่มั่นคง 2) การเพิ่มสัดส่วนการรักษาโรคซับซ้อน เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง และมะเร็ง ซึ่งช่วยหนุนรายได้ต่อหัว และ 3) การขยายเครือข่ายโรงพยาบาลในพื้นที่ EEC อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ CHG ระยอง 200 เตียง เพื่อรองรับลูกค้ากำลังซื้อสูง ทั้งนี้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งอยู่ในสถานะ Net Cash ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านหนี้สิน ข้อสังเกตด้านต้นทุนและประสิทธิภาพการทำกำไร อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าประสิทธิภาพในการทำกำไรในไตรมาส 2/2569 อ่อนตัวลงทั้ง QoQ และ YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับลดลงเหลือ 26.3% จาก 28.6% ในไตรมาส 1/2569 และ 27.2% ในไตรมาส 2/2568 สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 3% YoY ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ เนื่องจากปริมาณบริการและความซับซ้อนในการรักษาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายได้ผู้ป่วยทั่วไปที่ลดลง 3% YoY จากการชะลอตัวของกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลาง สรุปมุมมองการลงทุน หยวนต้าเชื่อมั่นว่าราคาหุ้น CHG มีโอกาสฟื้นตัวตามการเติบโตของกำไร และคาดหวังปัจจัยบวกจากการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมในช่วงปลายปี 2569 นอกจากนี้ Valuation ปัจจุบันยังไม่สะท้อนคุณภาพรายได้และศักยภาพจากการขยายเครือข่ายในอนาคต โดยคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 4.4% ต่อปี ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงขาลง (Downside) ให้กับนักลงทุนได้เป็นอย่างดี