Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SAMART บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

SAMART โชว์กำไร Q2/69 แกร่งเกินคาด พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล

ผลประกอบการฟื้นตัวเด่น บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) รายงานผลประกอบการของ SAMART ในไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 141 ล้านบาท และหากพิจารณากำไรปกติจะอยู่ที่ 139 ล้านบาท ซึ่งถือว่า ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 11% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากรายได้ที่ทำได้ดีกว่าเป้าหมาย ทั้งในส่วนของธุรกิจ SAMTEL ที่เติบโต 12% YoY และธุรกิจ Utility & Transport ที่ขยายตัว 13% YoY จากงานสายส่งของ TEDA เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก วิเคราะห์เจาะลึกและราคาเป้าหมาย นักวิเคราะห์จากหยวนต้าคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 ไว้ที่ 8.70 บาทต่อหุ้น อิงค่า PER ที่ 12 เท่า ทั้งนี้บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการทยอยชำระคืนเงินกู้ยืม ทำให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงถึง 20% YoY นอกจากนี้ยังมีการปรับเพิ่มประมาณการเงินปันผลปี 2569 เป็น 0.29 บาทต่อหุ้น (Payout Ratio 40%) โดยบริษัทประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.14 บาทต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 26 ส.ค. 2569) คิดเป็น Dividend Yield ครึ่งปีแรกที่ 2.5% ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน แม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี แต่บริษัทเผชิญกับแรงกดดันจาก GPM ที่ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 20.5% และได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัวในธุรกิจ SAV รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น อย่างไรก็ตาม Backlog ในมือที่สูงถึง 1.49 หมื่นล้านบาท จะเป็นตัวช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในระยะถัดไป สำหรับประเด็นการขออนุมัติจำหน่ายหุ้นซื้อคืนนั้น นักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพียงกระบวนการปกติและไม่คาดว่าจะมีการขายออกมาในระดับราคาปัจจุบัน สรุปภาพรวมกลยุทธ์ หยวนต้าประเมินว่า SAMART ยังมีความน่าสนใจในแง่ Valuation เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง 7.7 เท่า ซึ่งถือว่ายัง Laggard กว่ากลุ่มผู้รับเหมางาน IT ภาครัฐรายอื่น ที่ซื้อขายกันที่ PER สูงกว่า 15 เท่า จึงแนะนำให้ทยอยสะสมเพื่อรอโอกาส Re-rating ของราคาหุ้น โดยคาดการณ์กำไรปกติในครึ่งปีหลัง (2H26) จะฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก (HoH)