2026-08-21T22:29:47+00:00 oppday MADAME MADAME: มาดาม ไบโอไซเอนซ์ มุ่งเน้นธุรกิจความงามเป็นเครื่องยนต์หลัก ดันกำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต MADAME: มาดาม ไบโอไซเอนซ์ มุ่งเน้นธุรกิจความงามเป็นเครื่องยนต์หลัก ดันกำไรสุทธิ Q2/2569 เติบโต 1. Highlights บริษัท มาดาม ไบโอไซเอนซ์ ดำเนินธุรกิจหลัก 2 กลุ่ม ได้แก่ Beauty Business (Madame Louise) และ Food Business (NPP Food และลูกชิ้นทิพย์ พงษ์ศรา) [สไลด์] บริษัทได้ขายธุรกิจ Fruity Dry ออกไปเมื่อเดือนธันวาคม 2568 เพื่อมุ่งเน้นทรัพยากรไปยังธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตสูงกว่า [พูด] Madame Louise มีจุดแข็งด้าน Masstige Brand Positioning ด้วยสูตรพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้ และใช้สารสกัดดอกบัวหิมะเป็นส่วนผสมหลัก [สไลด์] บริษัทเน้น Founder-Led Omnichannel Distribution และการตลาดควบคู่ไปกับการทำ Flagship Retail Store [สไลด์] มีแผน 5 ปีที่จะขยายผลิตภัณฑ์สกินแคร์ไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เส้นผม เครื่องสำอาง และมีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศ [สไลด์] บริษัทมีวินัยทางการเงิน โดยลดหนี้สินรวมและเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้น [สไลด์] 2. Hero Story Madame Louise เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตของบริษัท โดยมีกำไรสุทธิ 33.5 ล้านบาทใน Q2/2569 [สไลด์] 3. Outlook เป้าหมายหลักคือต้องการให้ธุรกิจความงามเป็นเครื่องยนต์การเติบโตหลักของบริษัท [พูด] มีแผนขยายแบรนด์เข้าสู่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสุขภาพ (Nutraceuticals & Inner Beauty) [สไลด์] มีแผนขยายความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ รวมถึงเครื่องสำอาง (Long-Term Brand Building) [สไลด์] จะสร้างคอนเทนต์ผ่าน Live Streaming และ Podcast (Founder-Led Content Engine) [สไลด์] จะเสริมสร้างการมีอยู่ทั้งออนไลน์และออฟไลน์เพื่อเป็นผู้นำตลาด Masstige Beauty ในประเทศไทย (Masstige Market Domination) [สไลด์] มีแผนเปิดร้านค้าปลีกเพิ่มเติมที่ Central Westgate และ Future Park Rangsit รวมถึง Flagship Store ที่ Central Chidlom [สไลด์] แผนครึ่งปีหลัง 2569: * Q3/2569: เปิดตัวผลิตภัณฑ์สกินแคร์ใหม่ และขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริม [สไลด์] * Q4/2569: เปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสีใหม่ และเปิดตัวแบรนด์ใหม่ [สไลด์] ผู้บริหารคาดว่ารายได้และกำไรสุทธิในปี 2569 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์และร้านค้าปลีก [สไลด์] 4. ความเสี่ยง ข้อมูลไม่เพียงพอจากเนื้อหา 5. Q&A Highlights คำถาม (14:10): "บริษัทพลิกจากขาดทุนสะสมมามีกำไร มีแผนจะปันผลไหมคะ?" * คำตอบ: "อันนี้คงต้องใช้เวลาสักพักหนึ่ง เพราะว่าเรามีแผนที่จะขยายธุรกิจทางด้าน Beauty Business เรื่องปันผลเนี่ย ถ้ามีความคืบหน้าหรือมีแผน เราจะเอาเข้ามาคุยใน Opportunity Day ในส่วนของเรื่องปันผลนะครับ เดี๋ยวทางบริษัทก็จะพิจารณาในช่วงเวลาที่เหมาะสมนะครับ แต่ว่าทางผู้บริหารเองมีเป้าหมายว่าให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของผู้ถือหุ้นทุกคน อยากจะทำให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นสูงสุด ถ้าช่วงเวลาไหนที่มีความเหมาะสม บริษัทก็อยากจะปันผลคืนให้ทางนักลงทุนแน่นอนครับผม" [พูด] คำถาม (15:14): "จะปลดล็อก CB อย่างไร?" * คำตอบ: "ตอนนี้ปลดล็อกแล้วครับ" [พูด] คำถาม (15:21): "ธุรกิจลูกชิ้นทิพย์มีผลขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี บริษัทมีแนวทางแก้ไขหรือปรับโครงสร้างธุรกิจนี้อย่างไร?" * คำตอบ: "คือตอนนี้ในส่วนของตัวลูกชิ้นทิพย์เองเนี่ยครับ ที่เห็นว่าขาดทุน แต่ว่าขาดทุนไม่ได้เยอะนะครับ ตอนนี้ทางลูกชิ้นทิพย์เองก็เร่งพัฒนาในส่วนของตัว Product ซึ่งที่จะเพื่อที่จะผลักดัน Product ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดนะครับ แล้วก็มีการปรับปรุงต้นทุน มีการเพิ่มเครื่องจักรเพื่อลดต้นทุนการผลิตลง ทำให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับผม" [พูด] คำถาม (16:05): "ธุรกิจ NPP Food Service ปัจจุบันขายสินค้าอะไร และจำหน่ายผ่านช่องทางไหนบ้าง?" * คำตอบ: "ตอนนี้ในส่วนของตัว NPP Food ก็แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ครับ เป็น Seafood Frozen นะครับ แล้วก็จะเป็นในส่วนของตัว Ready-to-Eat ครับ ก็คือเป็นข้าวกล่องแช่แข็งนะครับ ผ่านช่องทางไหนก็ถ้าเป็นทาง Seafood เราก็จะส่งเข้าไปในซัพพลายเชนอีกทีหนึ่งนะครับ ก็เป็นบริษัททั่วไปครับ เป็นบริษัทจำกัดนะครับ แล้วก็ในส่วนของตัว Ready-to-Eat เนี่ยเราส่งเซเว่นครับ แล้วก็เราก็มีเป้าหมายที่จะออกตลาดต่างประเทศเหมือนกันครับ ในส่วนของ NPP Food" [พูด] คำถาม (16:54): "หลังหยุดธุรกิจ Fruity Dry และ Packaging จะยังมีการตั้งด้อยค่าหรือตัดจำหน่ายเพิ่มเติมอีกหรือไม่?" * คำตอบ: "ตอนนี้ถ้าสำหรับตัวธุรกิจ Packaging กับตัว Fruity Dry เองนะครับ ด้อยค่าไม่มีแล้วครับผม ไม่มีแล้ว ไม่มีแล้ว" [พูด]