Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ATP30 บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน)

ATP30 เผยกำไรไตรมาส 2/69 สะดุดจากต้นทุนพลังงานพุ่ง โบรกฯ แนะซื้อรอจังหวะฟื้นตัว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของ ATP30 ในไตรมาส 2/69 โดยระบุว่าบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7.6 ล้านบาท ลดลงแรงถึง 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 21% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 24% โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอกด้านต้นทุนพลังงานที่ผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา เจาะลึกเนื้อหาและปัจจัยกระทบ ในไตรมาส 2/69 แม้บริษัทจะมีรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 6% QoQ แต่ในส่วนของความสามารถในการทำกำไรกลับถูกกดดันอย่างหนักจาก ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการราคาน้ำมันดีเซล ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงเหลือ 17% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) เหลือเพียง 3.7% อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยมองว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันได้กลับสู่ภาวะปกติแล้วในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรก (1H69) บริษัทมีรายได้ 401 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 17.3 ล้านบาท โดยมี Backlog แข็งแกร่งถึง 1,623 ล้านบาท จากลูกค้า 61-62 ราย ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน โกลเบล็กได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ลดลง 22% เหลือ 49 ล้านบาท เพื่อสะท้อนต้นทุนพลังงานที่กดดันในช่วงครึ่งปีแรก แต่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในอนาคต โดยคาดว่ากำไรจะ พลิกกลับมาเติบโต 20% เป็น 62 ล้านบาทในปี 2570 ผ่านกลยุทธ์การปรับโครงสร้างสัญญาเป็นแบบ Floating Rate ตามราคาน้ำมัน การเดินหน้าแผน JUMP+ การขยายกองรถ EV และการรุกธุรกิจใหม่ ทั้งบริการรายเที่ยว (VVS) และธุรกิจซ่อมบำรุง (AQS) ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยงเรื่องการต่อสัญญาของลูกค้าเก่า และความผันผวนของราคาน้ำมันที่อาจส่งผลต่อต้นทุนบริการ บทสรุปและคำแนะนำ ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับราคาเหมาะสมปี 2569 ลงมาอยู่ที่ 1.08 บาท (จากเดิม 1.38 บาท) โดยประเมินมูลค่าอิง Prospect PER ที่ 15 เท่า แม้ผลประกอบการระยะสั้นจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงาน แต่ด้วยฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและโอกาสจากการขยายธุรกิจในเขตเศรษฐกิจ EEC จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บริษัทกลับมาเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะถัดไป