Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KLINIQ บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน)

KLINIQ ปรับเป้าปี 2026 รับธุรกิจเข้าสู่ช่วง Upcycle กำไรทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) หรือ DAOLSEC มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้น KLINIQ หลังการประชุมนักวิเคราะห์ โดยบริษัทได้ ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปี 2026 ขึ้นเป็น 4.5 พันล้านบาท (+27% YoY) จากเดิมที่ตั้งไว้ 4.15 พันล้านบาท สะท้อนภาพรวมธุรกิจที่เติบโตได้ดีกว่าคาดการณ์เดิม โดยโบรกเกอร์ได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 35.00 บาท (จากเดิม 33.00 บาท) พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" เจาะลึกแนวโน้มธุรกิจและประมาณการกำไร แนวโน้มผลประกอบการใน 3Q26 ยังคงมีโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องจากยอดขายเงินสด (Cash sales) ที่เติบโตและแผนการขยายสาขาใหม่ 10 แห่ง (เปิดแล้ว 8 แห่ง) ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) มีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบรายไตรมาส (QoQ) สำหรับการคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2026-2027 โบรกเกอร์ได้ปรับประมาณการขึ้น +4% และ +5% ตามลำดับ โดยประเมินกำไรปี 2026 ไว้ที่ 476 ล้านบาท (+31% YoY) และปี 2027 ที่ 578 ล้านบาท (+22% YoY) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขา อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ขยายตัวจาก Product Mix ที่ดี และการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ข้อสังเกตและปัจจัยสนับสนุนการเติบโต จุดเด่นที่น่าสนใจคือสัดส่วนลูกค้าเดิมที่ยังคงแข็งแกร่งในทุกแบรนด์ นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายแบรนด์ Aesthetic ไปยังต่างประเทศ และรุกทำการตลาดเพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติ (ปัจจุบันอยู่ที่ 14%) ให้เติบโตขึ้นใน 2H26 อย่างไรก็ตาม ใน 2Q26 มีรายการ write-off จากการปิดสาขา 5 ล้านบาท และการปรับลดสินค้าคงเหลือจากยาหมดอายุ 2.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แต่ในภาพรวมถือว่าบริษัทอยู่ในช่วง Upcycle ที่แข็งแกร่ง สรุปมุมมองการลงทุน DAOLSEC มองว่า KLINIQ เป็นหุ้นที่น่าสนใจด้วยปัจจัยสนับสนุนจากอุตสาหกรรมความงามที่เติบโตต่อเนื่อง เครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และ Valuation ที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับการเติบโตของกำไรที่ทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) อย่างต่อเนื่อง โดยราคาเป้าหมายที่ 35.00 บาท อิงจาก 2026E PER 16 เท่า ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระยะยาว