Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AH บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)

หยวนต้าอัปเกรด AH เป็น ซื้อ รับกำไรฟื้นตัวแรงพร้อมเคาะเป้าหมายใหม่ 19.20 บาท

สรุปไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) ปรับคำแนะนำหุ้น AH (บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)) จากเดิม “Trading” เป็น “ซื้อ” พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2027 ขึ้นเป็น 19.20 บาท (จากเดิม 16.80 บาท) หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมาโดดเด่นกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ในโปรตุเกสและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เจาะลึกผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรปกติอยู่ที่ 202 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งสูงกว่าประมาณการเดิมถึง 68% แม้จะชะลอตัว 35% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยบวกจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนในโปรตุเกสที่ฟื้นตัวได้ดี รวมถึงธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในมาเลเซียที่เติบโต 17% YoY ชดเชยยอดขายในไทยที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันและปริมาณการผลิตที่ลดลง ทั้งนี้ บริษัทมีการควบคุมต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น 17% YoY ส่งผลให้ภาพรวมกำไรปี 2026-2027 ถูกปรับเพิ่มประมาณการขึ้น 13% และ 15% ตามลำดับ ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์ประเมินว่าแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง (2H26) จะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการรับรู้รายได้จาก คำสั่งซื้อโมเดลรถยนต์ใหม่ที่จะเข้ามาในช่วงไตรมาส 3/2569 นอกจากนี้ บริษัทยังประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลที่ 0.38 บาทต่อหุ้น คิดเป็นผลตอบแทน (Dividend Yield) ประมาณ 2.4% โดยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 19.20 บาท อ้างอิงจากค่าเฉลี่ย PER 5 ปี ที่ 7.5 เท่า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการแข่งขันในอุตสาหกรรม EV ที่รุนแรงขึ้น บทสรุปการวิเคราะห์ การปรับคำแนะนำในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการฟื้นตัวของ AH ที่ทำได้ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการปรับตัวของฐานธุรกิจในต่างประเทศและการคุมต้นทุนที่เห็นผลชัดเจน ทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดและผลกำไรที่มั่นคงขึ้น นักลงทุนที่สนใจสามารถพิจารณาเข้าลงทุนเพื่อรับการเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมีราคาเป้าหมายใหม่ที่ 19.20 บาท เป็นปัจจัยหนุนสำคัญ