Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ALT บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน)

ALT พลิกโฉมสู่ Digital Infrastructure เต็มตัว โบรกเกอร์มองอนาคตสดใสเคาะเป้า 3.10 บาท

โอกาสเติบโตจากเมกะเทรนด์ Data Center บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในการปรับโครงสร้างธุรกิจจากผู้รับเหมาโทรคมนาคมดั้งเดิม มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่ม Data Center, Cloud Provider และ Hyperscaler ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์หลักในการเชื่อมต่อข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ วิเคราะห์เจาะลึกจากโบรกเกอร์ BYD ทางด้านโบรกเกอร์ BYD ได้ออกบทวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2027 ที่ 3.10 บาท ซึ่งใช้วิธีประเมินมูลค่าด้วย PBV ที่ 1.9 เท่า (ระดับ +2SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี) สะท้อนถึงมูลค่าสินทรัพย์โครงข่ายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Network) ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยบริษัทมีโครงการยุทธศาสตร์สำคัญ 2 โครงการ มูลค่ารวม 1,594 ล้านบาท ได้แก่ โครงข่ายสื่อสารระหว่างกรุงเทพฯ–EEC และโครงการเคเบิลใต้น้ำจังหวัดสตูล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปี 2027–2028 ข้อสังเกตด้านผลประกอบการและฐานะการเงิน สำหรับผลประกอบการในปี 2026 คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 58 ล้านบาท ก่อนจะเติบโตโดดเด่นเป็น 121 ล้านบาท ในปี 2027 และ 141 ล้านบาท ในปี 2028 ตามลำดับ โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มอัตราการใช้ประโยชน์ (Utilization) ของสินทรัพย์เดิมและการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ทั้งนี้บริษัทได้ปรับโครงสร้างการถือหุ้นใน EMAX เหลือ 39.87% เพื่อลดผลขาดทุนและเพิ่มพันธมิตรทางธุรกิจ ในส่วนของฐานะทางการเงินถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Interest-bearing Debt to Equity) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.06 เท่า สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป ALT กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้กำไรสุทธิปี 2026 อาจดูชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าเนื่องจากฐานกำไรพิเศษ แต่หากพิจารณาจากกำไรจากการดำเนินงานปกติจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามนักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อความล่าช้าของโครงการภาครัฐและเอกชน ซึ่งอาจกระทบต่อแผนการประมูลงานในอนาคตได้