Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BA บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

โบรกเกอร์ FSSIA ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้น BA รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ FSSIA ประกาศปรับเพิ่มราคาเป้าหมายหุ้นบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ขึ้นสู่ระดับ 22.50 บาท (จากเดิม 21.10 บาท) พร้อมคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยสะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มผลประกอบการที่แข็งแกร่งตลอดทั้งปี 2569 แม้จะเผชิญความท้าทายในช่วงครึ่งปีแรก แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและรักษาความสามารถในการทำกำไรได้เป็นอย่างดี ส่วนเนื้อหาการวิเคราะห์ การปรับประมาณการครั้งนี้มีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการปรับเพิ่มสมมติฐานจำนวนผู้โดยสารเป็น 4.3 ล้านคน ตามแผนงานของบริษัท รวมถึงความต้องการเดินทางสู่เกาะสมุยที่ยังคงแข็งแกร่ง และแนวโน้มรายได้จากธุรกิจคาร์โก้ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่ารายได้ต่อตันจะเพิ่มขึ้นกว่า 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งจะช่วยชดเชยปริมาณการขนส่งที่ลดลงได้ นอกจากนี้ การบริหารจัดการฝูงบินและการเน้นเส้นทางสมุยยังช่วยรักษาอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ให้อยู่ในระดับที่ดี โดยคาดว่ากำไรหลักจะเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป จากปัจจัยฤดูกาลและการควบคุมต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีการทำประกันความเสี่ยงไว้แล้วประมาณ 30% ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่า BA มีความโดดเด่นจากธุรกิจสายการบินทั่วไปด้วยจุดแข็งในการเป็นผู้ให้บริการในตลาดท่องเที่ยวระดับพรีเมียมและฐานรายได้ที่หลากหลาย ทั้งจากธุรกิจสนามบินและบริการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยลดความผันผวนของวัฏจักรธุรกิจสายการบินได้ดี โดยบริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt/Equity) ที่มีแนวโน้มลดลงจาก 117.4% ในปี 2568 เหลือ 97.5% ในปี 2569 และคาดว่าจะลดลงเหลือ 48.2% ภายในปี 2571 พร้อมทั้งคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจในระดับ 5-7% ต่อปี ส่วนสรุป โดยรวมแล้ว FSSIA เชื่อว่า BA เป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจในกลุ่มสายการบินของไทย ด้วยความสามารถในการทำกำไรที่ยั่งยืนและ ROE ที่อยู่ในระดับสูงถึง 26-27% โดยมีปัจจัยบวกระยะสั้นจากการต่ออายุสัมปทานบริการภาคพื้นดินที่สนามบินสุวรรณภูมิและการรับมอบเครื่องบิน ATR72-600 เพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4/2569 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่องในปี 2570-2571 นักลงทุนจึงควรจับตาความคืบหน้าการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาที่จะเป็น Upside ระยะยาวให้กับบริษัทต่อไป