2026-08-20T19:57:07+00:00 iaa SIRI บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) SIRI ลุ้นกำไรครึ่งปีหลังโตเด่น รับแรงหนุนเปิดโครงการใหม่และกำไรพิเศษ ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินทิศทางธุรกิจของ บมจ.แสนสิริ (SIRI) มีแนวโน้มสดใสในครึ่งปีหลังของปี 2569 โดยคาดการณ์ว่ากำไรจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นรายไตรมาสและทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/2569 โดยมียอดขายรอโอน (Backlog) ที่แข็งแกร่งรองรับเป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งปีที่ 3.9 หมื่นล้านบาทได้แล้วถึง 71% พร้อมแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมาย 1.84 บาท โดยมองว่าระยะสั้นมีความน่าสนใจจากเงินปันผลครึ่งปีแรกหุ้นละ 0.05 บาท (คิดเป็น 3.3%) ซึ่งจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 27 ส.ค. นี้ ส่วนเนื้อหาการเติบโต บริษัทมีการปรับกลยุทธ์การเปิดโครงการใหม่ให้เร็วขึ้น โดยเลื่อนโครงการจากไตรมาส 4/2569 มาเปิดตัวในไตรมาส 3/2569 มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มแนวราบเพื่อเพิ่มระยะเวลาในการสร้างยอดขายและเร่งการโอนฯ ภายในปีนี้ สำหรับไตรมาส 3/2569 มีแผนเปิดตัว 10 โครงการ มูลค่ารวม 1.82 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมถึงคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์อย่าง The Monument สาทร นอกจากนี้ ในครึ่งปีหลังยังมีปัจจัยบวกจาก การส่งมอบคอนโดมิเนียมใหม่ 6 โครงการ มูลค่า 1.84 หมื่นล้านบาท ซึ่งหลายโครงการมีมาร์จิ้นสูงเกิน 35% รวมถึงโอกาสรับรู้กำไรพิเศษจากการทำธุรกรรม JV และการขายคลังสินค้าเข้ากอง REIT อีกด้วย ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ภาพรวมจะดูดี แต่ต้องติดตามความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและยอดโอนฯ หากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไม่เป็นไปตามคาด นอกจากนี้ การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ทำให้การควบคุมประสิทธิภาพการทำกำไรทำได้ยากขึ้น โดยในครึ่งปีแรก (1H69) บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,869 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เฉลี่ยอยู่ที่ 26.4% ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังจากการปรับสัดส่วนโครงการที่ทำกำไรได้สูงขึ้น ส่วนสรุป ด้วยจุดแข็งด้านแบรนด์และการบริการที่เหนือกว่าคู่แข่ง รวมถึงความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ ทำให้ SIRI ยังคงมีความได้เปรียบเชิงธุรกิจ นักวิเคราะห์มองว่าด้วยทิศทางกำไรที่ไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องและการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ ทำให้หุ้น SIRI เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้ที่ 1.84 บาท ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความผันผวนของต้นทุนและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว