Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa INSET บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน)

INSET โชว์ฟอร์มแกร่งกำไร Q2/66 พุ่งกระฉูด โบรกฯ ชี้เป้าพื้นฐาน 5 บาท

ผลประกอบการโดดเด่นเกินคาด บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 64 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 53% จากไตรมาสก่อนหน้า และพุ่งสูงขึ้น 652% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งผลงานดังกล่าวออกมาดีกว่าที่บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดการณ์ไว้ถึง 29% โดยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการรับรู้รายได้โครงการ Data Center ขนาดใหญ่ที่เข้าสู่ช่วงเร่งตัวของงานก่อสร้าง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอยู่ที่ 14.7% เจาะลึกทิศทางธุรกิจและประมาณการกำไร สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรก 2566 บริษัทมีกำไรปกติอยู่ที่ 105 ล้านบาท คิดเป็น 58% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 183 ล้านบาท โดยทางหยวนต้าประเมินว่าในช่วงครึ่งปีหลังผลประกอบการจะยังคงอยู่ในระดับสูงจากการเร่งงานก่อสร้าง Data Center อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ โบรกเกอร์ได้กำหนดราคาเป้าหมายพื้นฐานไว้ที่ 4.54 บาทต่อหุ้น โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Valuation) และมองว่ายังมี Upside เพิ่มเติมหากการรับรู้งานเป็นไปตามแนวโน้มปัจจุบัน โดยให้กรอบราคาเก็งกำไรเชิงพื้นฐานปี 2566 ไว้ไม่เกิน 5.00 บาทต่อหุ้น ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ผลประกอบการจะอยู่ในทิศทางขาขึ้นอย่างชัดเจน แต่มีข้อสังเกตที่นักลงทุนควรระวังคือ ราคาหุ้นปัจจุบันเริ่มปรับตัวขึ้นมาใกล้เคียงกับมูลค่าพื้นฐานที่ประเมินไว้ ทำให้ความน่าสนใจในเชิง Valuation เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อการดำเนินงาน ได้แก่ ความล่าช้าของงานประมูลโครงการขนาดใหญ่, ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว รวมถึงการพึ่งพิงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการของบริษัท สรุปภาพรวมการลงทุน ในเชิงกลยุทธ์ นักวิเคราะห์มองว่า INSET ยังมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่แข็งแกร่งต่อเนื่องไปอีกหลายไตรมาส ทำให้หุ้นยังคงมีความน่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุนแบบ Trading อย่างไรก็ตาม แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะที่ราคาหุ้นมีการปรับฐานเพื่อลดความเสี่ยง ทั้งนี้บริษัทได้ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 1.1% โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตในระยะถัดไป