Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

CK กำไรฟื้นตัวเด่นพร้อมลุย Backlog รอบใหม่

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) เผยผลการประชุมนักวิเคราะห์ไตรมาส 2/2569 ของ CK สะท้อนการฟื้นตัวของกำไรที่โดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 800 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 143% QoQ แม้รายได้ก่อสร้างจะลดลงเล็กน้อยตามฤดูกาล แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 8.15% จากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการรับรู้ค่า K รวมถึงได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลของ TTW และส่วนแบ่งกำไรจาก BEM ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นโดยมี Net D/E ลดลงเหลือ 1.01 เท่า เจาะลึกผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 คาดว่ากำไรจะยังคงเติบโตต่อเนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากการชำระคืนหุ้นกู้ และการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลสูงสุดของธุรกิจในเครืออย่าง CKP และ BEM ทั้งนี้ CK ยังคงมี Backlog แข็งแกร่ง ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 146,305 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการรองรับรายได้ในอีกหลายปีข้างหน้า โดยบริษัทเตรียมพร้อมรับงานใหม่ใน Pipeline ภาครัฐมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาท อาทิ โครงการ East Expansion, รถไฟทางคู่เฟส 2 และ Double Deck ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ถึงปี 2570 ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ แม้จะมีความล่าช้าในการเปิดประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ แต่ไม่ถือเป็นประเด็นกดดันเนื่องจาก CK มี Backlog ในมือที่สูงอยู่แล้ว โดยนักวิเคราะห์แนะนำให้ติดตามความคืบหน้าโครงการลงทุนของ BEM ทั้งงานระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และโครงการ Double Deck ซึ่งจะเป็นแหล่งเติม Backlog รอบใหม่ที่สำคัญตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ทั้งนี้จุดแข็งด้านประสบการณ์และสถานะการเงินที่มั่นคงของ CK จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้บริษัทมีความได้เปรียบในการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงมุมมองเชิงบวกต่อ CK ด้วยโครงสร้างรายได้ที่สมดุลระหว่างธุรกิจก่อสร้างและรายได้จากเงินลงทุนในบริษัทลูก (BEM, CKP, TTW) ซึ่งช่วยลดความผันผวนของผลประกอบการได้เป็นอย่างดี โดยนักวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ด้วยวิธี SOTP ที่ 24.00 บาท พร้อมประเมินแนวโน้มราคาหุ้นในทางเทคนิคเป็น Sideways Up โดยมีแนวรับที่ 17.80 - 18.30 บาท และแนวต้านที่ 19.50 - 20.20 บาท