2026-08-19T08:41:09+00:00 fin PHAT บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) PHAT กำไรสุทธิปี 2568 โตแรง 144% รับอานิสงส์ส่งออก CPO และกลยุทธ์บริหารต้นทุนเชิงรุก รายได้รวมพุ่งแตะ 2,377 ล้านบาท พร้อมอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการวัตถุดิบ บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ PHAT รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 109.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.42 ล้านบาท หรือคิดเป็น 144.22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 2,377.51 ล้านบาท ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการขยายตลาดส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ไปยังประเทศอินเดียเป็นครั้งแรก ประกอบกับการปรับกลยุทธ์การจัดซื้อวัตถุดิบให้สอดคล้องกับวัฏจักรผลผลิตปาล์มน้ำมัน ซึ่งช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและทำกำไรได้ดีขึ้นในระยะยาว Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ การขยายตลาดส่งออก CPO และการปรับกลยุทธ์จัดซื้อวัตถุดิบเชิงรุกที่เห็นผลชัดเจน หัวใจคืออะไร: กำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 144% มีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ซึ่งเพิ่มขึ้น 46.41% มาอยู่ที่ 2,022.15 ล้านบาท โดยมีปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 43.62% จากการส่งออกไปยังต่างประเทศประมาณ 13,000 ตัน และราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 6.67% ในปี 2567 เป็น 8.11% ในปี 2568 ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ด้านรายได้: การส่งออก CPO ไปยังอินเดียเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขาย ขณะที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่อินโดนีเซียปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมการส่งออก ทำให้ราคาอ้างอิงในประเทศขยับตัวสูงขึ้นตาม ด้านต้นทุน: บริษัทปรับกลยุทธ์การจัดซื้อแบบบูรณาการ โดยเร่งกำลังการผลิตและจัดซื้อในปริมาณสูงสุดในช่วงที่ผลปาล์มสดออกสู่ตลาดมาก (ราคาต่ำ) และชะลอการผลิตในช่วงนอกฤดู (ราคาแพง) เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร รวมถึงการได้รับเงินเพิ่มทุน 50 ล้านบาทในปี 2567 ช่วยเสริมสภาพคล่องให้บริษัทสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่อง จากการที่บริษัทได้สร้างความสัมพันธ์และได้รับความเชื่อมั่นจากเทรดเดอร์ในสิงคโปร์และอินเดีย ซึ่งนำไปสู่คำสั่งซื้อ CPO อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ระบบการบริหารจัดการวัตถุดิบและฐานคู่ค้าที่ขยายตัวขึ้นตามมาตรฐาน RSPO จะเป็นรากฐานสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาโภคภัณฑ์ยังคงผันผวนตามกลไกตลาดโลกและสภาพภูมิอากาศที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 109.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 144.22% YoY รายได้จากการขาย CPO: 2,022.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.41% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นและการส่งออก อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นเป็น 8.11% จาก 6.67% ในปีก่อนหน้า การส่งออก: เริ่มส่งออก CPO ไปยังอินเดียเป็นครั้งแรกในปี 2568 จำนวนประมาณ 13,000 ตัน สถานะการเงิน: สภาพคล่องแข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุนและผลการดำเนินงานที่ดี ช่วยลดสัดส่วนเงินกู้ยืมระยะสั้นลง 63 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ 2,377.51 ล้านบาท เติบโตอย่างโดดเด่นจากปี 2567 ที่มีรายได้ 1,627.99 ล้านบาท โดยรายได้หลักยังคงมาจากน้ำมันปาล์มดิบและเมล็ดในปาล์ม (98.16% ของรายได้รวม) อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นเป็น 4.60% จาก 2.74% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มขึ้น โอกาส การขยายฐานลูกค้าต่างประเทศ (อินเดีย) ช่วยลดการพึ่งพาตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว การยกระดับมาตรฐานการผลิตตามแนวทาง RSPO ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและโอกาสในการเข้าถึงตลาดที่เน้นความยั่งยืน การบริหารจัดการสต็อกและวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาผลปาล์มสดและน้ำมันปาล์มดิบซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ สภาพภูมิอากาศที่ผันผวนส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพของผลปาล์มสด (วัตถุดิบหลัก) การแข่งขันในตลาดส่งออกและนโยบายการค้าระหว่างประเทศ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มราคา CPO ในตลาดโลกและนโยบายการส่งออกของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อจากคู่ค้าในต่างประเทศ การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในช่วงที่ผลผลิตปาล์มออกสู่ตลาดน้อย (นอกฤดูกาล) การรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของสถาบันการเงิน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) บริษัทให้ความสำคัญกับค่า OER (Oil Extraction Rate) ซึ่งในปี 2568 อยู่ที่ 18.16% เพิ่มขึ้นจาก 17.54% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงคุณภาพวัตถุดิบและการจัดการกระบวนการผลิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มถังเก็บน้ำมันปาล์มดิบเป็น 9,600 ตัน เพื่อรองรับการบริหารจัดการสต็อกเชิงรุก ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 710.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 659.50 ล้านบาทในปี 2567 หนี้สินรวมลดลงเหลือ 362.99 ล้านบาท จาก 450.92 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและลดการพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 173.88 ล้านบาท สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างเงินสดจากธุรกิจหลักที่แข็งแกร่ง สรุปท้าย PHAT ผ่านปี 2568 ด้วยผลงานที่โดดเด่นจากการปรับตัวสู่ตลาดส่งออกและการบริหารต้นทุนที่แม่นยำ กำไรที่เติบโตกว่าเท่าตัวสะท้อนถึงกลยุทธ์ที่มาถูกทาง แม้ธุรกิจจะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ แต่การมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นและการวางแผนการผลิตที่สอดคล้องกับฤดูกาล จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป