Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin PHAT บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน)

PHAT Q2/2569 ขาดทุนสุทธิ 0.73 ล้านบาท เหตุฤดูกาลผลิตเปลี่ยนทำต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง

ผลประกอบการผันผวนตามฤดูกาลผลิตปาล์มน้ำมัน ขณะที่บริษัทเร่งขยายตลาดส่งออกเพื่อสร้างรายได้ระยะยาว บริษัท กลุ่มภัทร จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีผลขาดทุนสุทธิ 0.73 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 113.76 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากสภาพอากาศที่ส่งผลให้ฤดูกาลผลิตปาล์มสดล่าช้ากว่าปกติ ทำให้ปริมาณวัตถุดิบในตลาดลดลงและต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศเพื่อสร้างความแข็งแกร่งของรายได้ในระยะยาว Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "ผลกระทบจากฤดูกาลผลิต (Seasonality)" ที่ล่าช้ากว่าปีก่อน กำไรที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2/2569 มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณผลปาล์มสดที่เข้าสู่กระบวนการผลิตต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากสภาพอากาศและฝนแรกที่มาล่าช้ากว่าปี 2568 ส่งผลให้อุปทานวัตถุดิบในตลาดลดลงอย่างมากในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่ควรจะเป็นฤดูกาลผลิตสูง (High Season) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง: เมื่อปริมาณผลปาล์มสดในตลาดลดลง ทำให้ราคาซื้อผลปาล์มสด (FFB) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก (เพิ่มขึ้น 51.49% YoY ในไตรมาส 2) ส่งผลให้ต้นทุนขายต่อหน่วยสูงขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าราคาขายน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ทำให้ส่วนต่างราคา (Spread) แคบลง การบริหารต้นทุน: แม้บริษัทจะมีการขยายกำลังการผลิตเป็น 90 ตันต่อชั่วโมง แต่การที่วัตถุดิบไม่เป็นไปตามฤดูกาลทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จาก Economies of Scale ได้เต็มที่ในช่วงครึ่งแรกของปี กลยุทธ์การขาย: บริษัทมีการจัดซื้อ CPO สำเร็จรูปจากคู่ค้าเพื่อส่งออกตามเป้าหมาย ซึ่งแม้จะช่วยรักษาฐานลูกค้าต่างประเทศได้ แต่ก็มีต้นทุนที่สูงกว่าการผลิตเองในช่วงที่วัตถุดิบขาดแคลน จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี จากข้อมูลคาดการณ์ปี 2569 ปริมาณผลปาล์มสดมีแนวโน้มกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม ซึ่งสะท้อนว่าฤดูกาลผลิตสูงของปีนี้จะเลื่อนไปอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี ประกอบกับกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น 50% จะช่วยให้บริษัทรองรับปริมาณวัตถุดิบได้มากขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลิตปกติ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: ไตรมาส 2/2569 ขาดทุนสุทธิ 0.73 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 113.76 ล้านบาท ใน Q2/2568) รายได้รวม: อยู่ที่ 746.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 735.57 ล้านบาท ในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น: ลดลงเหลือ 2.66% จาก 17.98% ในปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น กลยุทธ์ส่งออก: บริษัทมุ่งเน้นการส่งออก CPO ไปยังอินเดียเพื่อลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ การลงทุน: มีการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 60 ตัน/ชม. เป็น 90 ตัน/ชม. เพื่อรองรับการเติบโต ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการขยายตลาดส่งออก แต่กำไรขั้นต้นได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนตามฤดูกาล อย่างไรก็ดี หากพิจารณาผลการดำเนินงานในช่วงนอกฤดูกาลผลิต (ไตรมาส 1 และ 2) บริษัทมีกำไรสะสม 2.73 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสะสมประมาณ 54 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการที่ดีขึ้น โอกาส กำลังการผลิตใหม่: การเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 90 ตัน/ชม. จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลิตสูง ตลาดต่างประเทศ: การขยายฐานลูกค้าในอินเดียช่วยเพิ่มความหลากหลายของช่องทางรายได้ ความยั่งยืน: การบริหารจัดการตามมาตรฐานความยั่งยืนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าต่างประเทศ ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาโภคภัณฑ์: ราคา CPO และผลปาล์มสดขึ้นอยู่กับกลไกตลาดโลกและสภาพอากาศ มาตรการภาครัฐ: การกำกับดูแลการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาในประเทศอาจเพิ่มขั้นตอนการดำเนินงาน ความขัดแย้งระหว่างประเทศ: สงครามและข้อพิพาททางการค้าโลกส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและราคาวัตถุดิบ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ปริมาณผลปาล์มสดที่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2569 ส่วนต่างราคา (Spread) ระหว่างราคาขาย CPO และต้นทุนผลปาล์มสด ประสิทธิภาพการใช้กำลังการผลิตใหม่ที่เพิ่มขึ้น 50% ความคืบหน้าของคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) บริษัทเน้นการบริหารส่วนต่างราคา (Spread) ระหว่าง FFB และ CPO เป็นสำคัญ โดยใช้โครงข่ายการจัดซื้อที่เข้มแข็งและการบริหารความสัมพันธ์กับเกษตรกร ทั้งนี้ ปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มดิบในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 22,161.07 ตัน ลดลงจากปีก่อนเนื่องจากปัจจัยด้านวัตถุดิบ แต่บริษัทสามารถชดเชยด้วยการบริหารจัดการสต็อกและการส่งออกที่มีประสิทธิภาพ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 40.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2568 โดยมีการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการซื้อวัตถุดิบและรองรับคำสั่งซื้อส่งออก อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนยังคงอยู่ในระดับที่บริษัทบริหารจัดการได้ สรุปท้าย ผลประกอบการของ PHAT ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายจากปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ล่าช้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถรักษาผลการดำเนินงานในช่วงนอกฤดูกาลผลิตได้ดีกว่าปีก่อน และการเตรียมพร้อมด้านกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ว่าบริษัทมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลผลิตสูงในครึ่งปีหลัง นักลงทุนควรติดตามปริมาณผลผลิตปาล์มในช่วงไตรมาส 3 และ 4 เป็นสำคัญ