2026-08-18T19:13:32+00:00 iaa MINT บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) Minor International โชว์ฟอร์มแกร่งกำไร 2Q26 ฟื้นตัวเด่นรับไฮซีซั่นยุโรป MINT: ผลงาน Q2/2569 แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจ Asset-Light และการเข้าซื้อ Bonchon 1. Highlights การขยายธุรกิจโรงแรมแบบ Asset-Light: Minor Hotels ยังคงมุ่งเน้นการขยายพอร์ตโรงแรมผ่านสัญญาบริหารจัดการ (management contracts) และแฟรนไชส์ โดยมีการเปิดโรงแรมใหม่ 7 แห่ง และรีแบรนด์ 1 แห่งในไตรมาส 2/2569 ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเดิมและขยายสู่ตลาดใหม่ เช่น ตุรกี การเติบโตของธุรกิจอาหาร: Minor Food มีการเปิดตัวแบรนด์และคอนเซ็ปต์ใหม่ๆ เช่น Chicken Tendies ภายใต้ The Pizza Company และแบรนด์ Kaji ในสิงคโปร์ รวมถึงการทำ Product Innovation และ Marketing Agilities ที่ตอบสนองเทรนด์ตลาดอย่างรวดเร็ว การเข้าซื้อกิจการ Bonchon: การเข้าซื้อสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ Bonchon ทั่วโลก (ยกเว้นอเมริกา) ด้วยมูลค่า 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรของ Minor Food ทันที และช่วยเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์ในพอร์ตโฟลิโอ การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (productivity) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนแรงงานและต้นทุนทางตรง รวมถึงการทำ hedging ราคาพลังงานในยุโรปเพื่อลดความผันผวนของต้นทุน 2. Hero Story การเข้าซื้อกิจการ Bonchon ถือเป็น "ฮีโร่" ของไตรมาสนี้ เนื่องจากเป็นการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ โดย Minor Food จะเป็นเจ้าของสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์ Bonchon ทั่วโลก (ยกเว้นอเมริกา) ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้จากค่าแฟรนไชส์และค่าซอสจาก 8 ตลาดหลักในเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไต้หวัน ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าจะส่งผลบวกต่อกำไรของ Minor Food ทันที 3. Outlook ธุรกิจโรงแรม: คาดการณ์ว่าจะมีการเซ็นสัญญาบริหารจัดการโรงแรมใหม่มากกว่า 50 สัญญาในปี 2569 โดยเน้นโมเดล Asset-Light ในตลาดหลัก เช่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ยุโรป และตลาดใหม่ เช่น แอฟริกาเหนือ เกาหลีใต้ และแคริบเบียน ธุรกิจอาหาร: มีแผนขยายสาขาเพิ่ม 63 สาขาในปี 2569 โดยเน้นการขยายแฟรนไชส์ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการร่วมมือกับ PTT Oil & Retail Business (OR) เพื่อเปิดร้านอาหาร 4 แบรนด์ในปั๊มน้ำมัน ปตท. มากกว่า 150 สาขาภายในปี 2573 เป้าหมายทางการเงิน (2569 และหลังจากนั้น): * รายได้เติบโตในระดับ High Single-Digit ต่อปี * กำไรเติบโต 15-20% ต่อปี * Return on Invested Capital (ROIC) 12% * Net Debt to Equity 0.75-0.85x * Net Debt to EBITDA ≤ 4.0x เทคโนโลยีและดิจิทัล: จะมีการลงทุนในเทคโนโลยีและดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Back of House) และปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า (Customer Facing) เช่น Dynamic Pricing, Contact Center AI และ Personalized Service 4. ความเสี่ยง ความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของโรงแรมในภูมิภาคนั้น แม้ว่าสัดส่วนรายได้จากตะวันออกกลางจะคิดเป็นเพียง 5% ของ Minor Hotels ก็ตาม การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจอาหารและโรงแรมอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไร ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น: แม้จะมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี แต่ต้นทุนแรงงานและต้นทุนทางตรงอื่นๆ ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวในประเทศไทย: จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยยังคงลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ RevPar ของโรงแรมในประเทศ 5. Q&A Highlights Q: อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และอัตราการยกเลิกการจอง (Cancellation Rate) ของโรงแรมในดูไบเป็นอย่างไร? * A: ในไตรมาส 3 และ 4 คาดว่า Occupancy Rate, Room Rate และ RevPar ของตะวันออกกลางจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ผลกระทบโดยรวมต่อ Minor Hotels จะไม่มากนัก เนื่องจากโรงแรมในตะวันออกกลางคิดเป็นเพียง 5% ของพอร์ตโฟลิโอทั้งหมด และเป็นโมเดล Asset-Light ทั้งหมด จึงไม่มีผลกระทบต่องบดุล (08:04) Q: การเติบโตของ RevPar ในยุโรปมาจากปริมาณ (Volume) หรือราคา (Pricing)? * A: การเติบโตมาจากทั้งสองส่วน แต่ส่วนใหญ่มาจาก Room Rate ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในอิตาลี สเปน และยุโรปกลาง ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงและรีแบรนด์โรงแรม (41:40) Q: การเติบโตของกำไร (Profit Growth) ในปีนี้ยังคงเป็น 15-20% หรือไม่? * A: แม้จะมีความท้าทายจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แต่บริษัทยังคงมั่นใจว่ากำไรจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ แม้ว่าอาจจะไม่ถึงเป้าหมาย 15-20% แต่ก็จะไม่ลดลงจากปีก่อน (42:16) Q: ความคืบหน้าของการจัดตั้ง REIT และการจดทะเบียน Minor Food เป็นอย่างไร? * A: การจัดตั้ง REIT ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่วนการจดทะเบียน Minor Food ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาและจะแจ้งให้ตลาดทราบเมื่อมีความคืบหน้า (42:44) Q: Net Debt to EBITDA ที่ 4.69x จะมีเพดานอยู่ที่เท่าใด และมีแผนลดหนี้อย่างไร? * A: บริษัทตั้งเป้า Net Debt to EBITDA ให้ต่ำกว่า 4.0x และ Net Debt to Equity อยู่ที่ 0.75-0.85x โดยมีแผนลดหนี้ผ่านการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การขายสินทรัพย์บางส่วน และการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน (37:55)