Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa GUNKUL บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน)

GUNKUL โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2 กำไรพุ่งทะยาน พร้อมปรับเป้าหมายราคาหุ้นรับอานิสงส์งาน EPC

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ GUNKUL ในงวดไตรมาส 2/2569 โดยบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ 575 ล้านบาท และกำไรปกติ 561.7 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 26.2% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) แรงหนุนหลักมาจากธุรกิจ Trading ที่ขยายตัวตามการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมถึงธุรกิจ EPC และ O&M ที่รับรู้รายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เจาะลึกผลประกอบการและการเติบโต สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2569 (1H69) บริษัทมีกำไรปกติอยู่ที่ 1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็น 54.8% ของประมาณการทั้งปี ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยตัดสินใจ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ขึ้นอีก 13.3% และ 14.6% เพื่อสะท้อนการเติบโตของรายได้ธุรกิจ EPC ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นปีละ 40.3% โดยมีเป้าหมายรายได้ใหม่ที่ 5.5 และ 6.3 พันล้านบาทตามลำดับ ทั้งนี้ บล.เอเซียพลัส ได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่ปี 2570 ขึ้นเป็น 6.4 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 5.6 บาทต่อหุ้น) โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าพื้นฐานตามการเติบโตของกำไรปกติในระยะ 1-3 ปีข้างหน้า ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ภาพรวมจะเติบโตได้ดี แต่ในไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรปกติอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านพ้นช่วง High Season ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ฐานกำไรยังคงอยู่ในระดับสูง จากการรับรู้รายได้ของธุรกิจ O&M และ EPC ที่เข้ามาเสริม นอกจากนี้ นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านการบริหารโครงการใหม่ การสร้างการยอมรับจากชุมชน รวมถึงการควบคุมต้นทุนและการบริหารสัญญาในการขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความยั่งยืนของบริษัท บทสรุปการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ GUNKUL โดยมองว่าภาพใหญ่ของบริษัทยังมีโอกาสเติบโตสูงจากแผน PDP2026 และนโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาดของภาครัฐฯ ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในอนาคต สำหรับนักลงทุนที่สนใจ แนะนำให้หาจังหวะทยอยสะสมหุ้นในช่วงที่ราคาปรับตัวลง โดยมีแนวรับที่ 4.68 – 4.90 บาท และแนวต้านที่ 5.35 – 5.50 บาท