2026-08-17T16:04:13+00:00 fin SABINA บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) SABINA กำไรสุทธิ Q2/2569 ทรงตัวที่ 100.2 ล้านบาท ชูจุดแข็งบริหารต้นทุน-OEM โตสวนกระแส SABINA Oppday 2569 Q2 Sabina Q2/2026: แข็งแกร่งขึ้นด้วย Gross Profit Margin ที่ดีขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ 1. Highlights Sabina ยังคงรักษากำไรสุทธิให้เติบโตได้แม้รายได้ลดลง โดยมีปัจจัยสำคัญจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัยและการลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำให้ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการยอมรับด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยดึงดูดลูกค้า OEM และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าหลักได้ การลดลงของหนี้สินรวมและอัตราส่วน D/E ที่ลดลง สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และมาตรการอื่น ๆ ก็ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม ในด้านการขาย แม้ยอดขายออฟไลน์จะลดลงตามแนวโน้มตลาด แต่บริษัทก็ยังคงรักษาสมดุลและปรับกลยุทธ์การขายให้เหมาะสม โดยเน้นการเปิดจุดขายใหม่ในทำเลศักยภาพสูงและขยายช่องทางการขายไปยังตลาดใหม่ ๆ นอกจากนี้ Sabina ยังคงเป็นผู้นำในแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย เช่น ชุดชั้นในสำหรับผู้ชาย ชุดชั้นในสำหรับช่วงมีประจำเดือน และชุดออกกำลังกาย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี 2. Hero Story Gross Profit Margin ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Gross Profit Margin ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 53.9% ในครึ่งปีแรกของปี 2026 ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าที่ดีขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการผลิตแบบ Outsource ที่มี Gross Profit Margin สูงถึง 61.2% เมื่อเทียบกับการผลิตเองที่ 46.6% ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงและทำให้ Net Profit Margin เพิ่มขึ้นเป็น 13.2% 3. Outlook ผู้บริหารคาดการณ์ว่าผลประกอบการโดยรวมจะยังคงแข็งแกร่งขึ้น โดยเน้นการรักษา Gross Profit Margin ที่ดีผ่านการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจและตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป บริษัทจะยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผล 100% อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังไม่มีแผนการลงทุนขนาดใหญ่ในระยะใกล้ โดยเฉพาะในภาคการผลิต นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี และจะยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ 4. ความเสี่ยง ค่าใช้จ่ายแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น: แพลตฟอร์มออนไลน์มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทในช่องทางที่มีการเติบโตสูง หนี้ครัวเรือนและสังคมสูงวัย: หนี้ครัวเรือนที่สูงของประเทศไทยและแนวโน้มสังคมสูงวัย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การแข่งขันจากสินค้านำเข้า: การไหลเข้าของชุดชั้นในราคาถูกจากจีนผ่าน E-commerce และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทำให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้น การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค: พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่ม Baby Boomer ที่ลดการซื้อสินค้าผ่าน TV Shopping อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในช่องทางดังกล่าว 5. Q&A Highlights Q: (4:10) Gross Profit Margin ที่สูงขึ้นถึง 54% ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า จะยังคงรักษาระดับนี้ไว้ได้หรือไม่? * A: ผู้บริหารเชื่อมั่นว่าจะยังคงรักษาระดับ Gross Profit Margin ที่ 54% ไว้ได้ เนื่องจากบริษัทระมัดระวังในการให้ส่วนลด และมีการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนการผลิตแบบ Outsource ที่มี Gross Profit Margin สูงกว่าการผลิตเอง Q: (4:25) ยอดขายผ่านช่องทาง TV ที่ลดลงอย่างมาก เกิดจากสาเหตุใด? * A: ผู้บริหารอธิบายว่ายอดขายผ่าน TV ที่ลดลงเป็นไปตามกลยุทธ์ที่ตั้งใจไว้ เนื่องจากช่องทางนี้ไม่สร้างผลกำไรตามเป้าหมายขององค์กร บริษัทจึงลดการทุ่มเททรัพยากรในช่องทางนี้ และหันไปเน้นช่องทางออนไลน์และ New Business ที่มีศักยภาพในการสร้างกำไรมากกว่า Q: (4:50) แนวโน้มยอดขายในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 เป็นอย่างไร? * A: ผู้บริหารระบุว่ายอดขายออฟไลน์ในเดือนกรกฎาคมมีแนวโน้มติดลบน้อยลงมาก และคาดว่าในไตรมาส 3 ธุรกิจออฟไลน์จะกลับมาดีขึ้น ส่วน OEM คาดว่าจะรักษาระดับยอดขายให้ไม่ต่ำกว่าปีที่แล้วได้ และ Net Profit Margin จะยังคงเป็นไปตามแนวคิดที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี Q: (5:15) การบริหารจัดการ Inventory และ Slow-moving products เป็นอย่างไร? * A: ผู้บริหารกล่าวว่า Inventory ของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่ง โดยมี Inventory Turnover เพิ่มขึ้นเป็น 1.51 เท่า และจำนวนวันในการขายสินค้าลดลงเหลือ 242 วัน ซึ่งสะท้อนว่าสินค้า Slow-moving ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทไม่จำเป็นต้องลดราคามากนัก และมีสภาพคล่องที่ดีขึ้น Q: (5:25) OEM Sales ถึงสิ้นปี 2026 คาดว่าจะเติบโตหรือลดลงกี่เปอร์เซ็นต์? * A: ผู้บริหารพยายามรักษาให้ยอดขาย OEM ถึงสิ้นปีไม่ต่ำกว่าปีที่แล้ว โดยยังคงสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ และขยายช่องทางการขายในระยะยาว นอกจากนี้ คำสั่งซื้อจากลูกค้าในยุโรปและเอเชียยังคงมีเสถียรภาพ แต่ลูกค้าในสหรัฐฯ บางรายได้เลื่อนคำสั่งซื้อออกไปเนื่องจากปัญหาภาษีและเศรษฐกิจ