Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin LTS บริษัท ไลท์อัพ โทเทิล โซลูชั่น จำกัด (มหาชน)

LTS กำไรสุทธิ Q2/2569 แตะ 7.5 ล้านบาท รับอานิสงส์กลับรายการสำรองหนี้หนุนผลงาน

รายได้ชะลอตัวจากการรอส่งมอบงานโครงการสวนสาธารณะ กดดันกำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 24% บริษัท ไลท์อัพ โทเทิล โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ LTS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 7.5 ล้านบาท ลดลง 15.7% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากรายได้จากการขายและบริการที่ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 132.8 ล้านบาท เนื่องจากยังไม่มีการส่งมอบสินค้าในงานโครงการสวนสาธารณะ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายบริหารได้ดีขึ้นจากการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ช่วยพยุงกำไรสุทธิให้ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาสแรก Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "การชะลอตัวของรายได้โครงการ" หักล้างกับ "รายการพิเศษจากการกลับรายการหนี้สงสัยจะสูญ" หัวใจคืออะไร: กำไรสุทธิที่ลดลง 1.4 ล้านบาท (หรือ 15.7% QoQ) มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 25.6 ล้านบาท (16.2% QoQ) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวลดลงจาก 30% ในไตรมาสก่อน เหลือ 24% ในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวถูกบรรเทาลงด้วยการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้ที่ลดลงเกิดจากจังหวะการส่งมอบงานโครงการสวนสาธารณะที่ยังไม่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ เมื่อรายได้ลดลงในขณะที่ต้นทุนขายบางส่วนยังคงอยู่ จึงฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในฝั่งค่าใช้จ่ายบริหาร บริษัทได้รับอานิสงส์จากการได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้า ทำให้สามารถกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เคยตั้งไว้ในอดีตเข้ามาเป็นรายได้หรือลดค่าใช้จ่ายในงวดนี้ ซึ่งช่วยประคองกำไรสุทธิไม่ให้ปรับตัวลดลงรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: รายการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญถือเป็น "ลักษณะครั้งคราว" ไม่ใช่รายได้จากการดำเนินงานปกติ ส่วนรายได้จากโครงการสวนสาธารณะนั้นมีโอกาสรับรู้ในอนาคตเมื่อมีการส่งมอบงานจริง ทั้งนี้ ความต่อเนื่องของกำไรในรอบถัดไปขึ้นอยู่กับความสามารถในการเร่งส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ตามแผนงานที่วางไว้ Highlight สำคัญ รายได้รวม: อยู่ที่ 132.8 ล้านบาท ลดลง 16.2% QoQ จากการรอส่งมอบงานโครงการสวนสาธารณะ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวลดลงเหลือ 24% จาก 30% ในไตรมาสก่อนหน้า รายการพิเศษ: มีการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 20 ล้านบาท ช่วยหนุนกำไรสุทธิ ฐานะการเงิน: หนี้สินรวมลดลง 20% จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 370.9 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้ค่าสินค้า ส่วนของผู้ถือหุ้น: เพิ่มขึ้น 3.6% จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 475.3 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความผันผวนของรายได้ตามรอบการส่งมอบงานโครงการ (Project-based) แม้กำไรขั้นต้นจะลดลงตามรายได้ แต่บริษัทมีการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้าและได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้า ทำให้สถานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งขึ้น โอกาส การรับรู้รายได้จากโครงการสวนสาธารณะที่รอการส่งมอบในไตรมาสถัดไป การขยายตัวของรายได้จากโครงการให้เช่าใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา ซึ่งสะท้อนผ่านลูกหนี้ตามสัญญาเช่าการเงินที่เพิ่มขึ้น 70.7 ล้านบาท ความเสี่ยง ความล่าช้าในการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ที่อาจกระทบต่อการรับรู้รายได้และกระแสเงินสด ความผันผวนของอัตรากำไรขั้นต้นที่ขึ้นอยู่กับสัดส่วนรายได้จากโครงการแต่ละประเภท สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการส่งมอบงานโครงการสวนสาธารณะ การบริหารจัดการลูกหนี้การค้าและกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้กลับสู่ระดับปกติ (30%+) ในไตรมาสถัดไป การใช้เงินกู้ยืมหมุนเวียนเพื่อซื้อสินค้าที่เพิ่มขึ้น 13.6% จากสิ้นปีก่อน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) รายได้หลักของ LTS มาจากกลุ่ม ICT Solution และโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งมีความผันผวนสูงตามรอบงานโครงการ ในไตรมาสนี้รายได้จากกลุ่มโครงการขนาดใหญ่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการปรับโครงสร้างสินทรัพย์โดยเพิ่มลูกหนี้ตามสัญญาเช่าการเงิน ซึ่งเป็นรายได้ระยะยาวจากหน่วยงานรัฐ ช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ในอนาคต ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น โดยหนี้สินรวมลดลง 92.6 ล้านบาท (20%) จากการจ่ายชำระหนี้ค่าสินค้า ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 16.4 ล้านบาท สะท้อนถึงการเติบโตของกำไรสะสมในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 สรุปท้าย LTS ในไตรมาส 2/2569 เผชิญกับความท้าทายด้านรายได้ที่ชะลอตัวตามรอบโครงการ แต่สามารถประคองกำไรไว้ได้ด้วยรายการพิเศษจากการบริหารจัดการลูกหนี้ นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการส่งมอบงานโครงการขนาดใหญ่ในไตรมาสถัดไป ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นให้กลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนอีกครั้ง