Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin HYDRO บริษัท ไฮโดรเท็ค จำกัด (มหาชน)

HYDRO เผยผลงาน Q2/2569 รายได้หดตัวแรงจากงานก่อสร้างชะลอตัว พร้อมตั้งสำรองหนี้เสียก้อนโต

รายได้รวมลดลง 89.91% YoY กดดันผลประกอบการ ขณะที่ฝ่ายจัดการเร่งปรับแผนบริหารสภาพคล่องและติดตามหนี้ค้างชำระ บริษัท ไฮโดรเท็ค จำกัด (มหาชน) หรือ HYDRO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวมเพียง 21.07 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 187.71 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 89.91 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้งานก่อสร้างที่ลดลงจากการชะลอโครงการตามการปรับแก้แบบของผู้ว่าจ้าง ประกอบกับการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 22.36 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้ได้รับแรงกดดันอย่างหนัก โดยบริษัทอยู่ระหว่างเร่งดำเนินแผนฟื้นฟูสภาพคล่องและติดตามหนี้ค้างชำระเพื่อประคองการดำเนินงานให้ต่อเนื่อง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญคือการชะลอตัวของรายได้หลักจากธุรกิจก่อสร้างและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาสนี้ โดยรายได้จากการก่อสร้างลดลงอย่างมากจากการที่ผู้ว่าจ้างปรับแก้แบบ ทำให้งานไม่คืบหน้าตามแผน ขณะที่รายได้จากการให้บริการก็ไม่มีโครงการใหม่เข้ามาทดแทน สาเหตุและกลไกที่เกิดขึ้น: รายได้ก่อสร้างลดลง: การปรับแก้แบบของผู้ว่าจ้างทำให้บริษัทต้องชะลอการก่อสร้างบางส่วน ส่งผลให้การรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ การตั้งสำรองหนี้เสีย: บริษัทบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 22.36 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 (และรวม 66.91 ล้านบาทสำหรับงวด 6 เดือน) เนื่องจากลูกหนี้การค้าค้างชำระนานเกิน 180 วัน โดยบริษัทใช้นโยบายตั้งสำรอง 50% ของยอดหนี้ดังกล่าว ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น: มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการประมาณการหนี้สินบางส่วนเพิ่มขึ้น 1.8 ล้านบาท หรือ 15.81% ความต่อเนื่องในอนาคต: ปัจจัยลบเหล่านี้มีลักษณะเป็น "สถานการณ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด" เนื่องจากขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเจรจากับผู้ว่าจ้างในโครงการที่ชะลอตัว (โดยเฉพาะโครงการในจังหวัดภูเก็ต) และความสามารถในการเรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้การค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่ามีแผนการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงสภาพคล่อง เช่น การนำเงินประกันการเช่าโรงงานมาจ่ายค่าเช่าแทนเพื่อประหยัดเงินสด และการเร่งประมูลงานใหม่เพื่อสร้างรายได้ทดแทน ซึ่งความต่อเนื่องของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของแผนการจัดการหนี้และโครงการใหม่ๆ เป็นสำคัญ Highlight สำคัญ รายได้รวม: 21.07 ล้านบาท ลดลง 89.91% YoY รายได้ก่อสร้าง: ลดลงอย่างมากจากการชะลอโครงการตามการปรับแก้แบบของผู้ว่าจ้าง ผลขาดทุนด้านเครดิต: ตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 22.36 ล้านบาทในไตรมาสนี้ (สะสม 6 เดือน 66.91 ล้านบาท) สภาพคล่อง: บริษัทนำเงินประกันการเช่าโรงงานมาจ่ายค่าเช่าปีที่ 2 ได้สำเร็จ และมีแผนเจรจาทำเช่นเดียวกันในปีที่ 3 เพื่อรักษาเงินสด แผนฟื้นฟู: เร่งติดตามหนี้ค้างชำระ, เข้าร่วมประมูลงานใหม่ทั้งภาครัฐและเอกชน, และควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 21.07 ล้านบาท ลดลง 89.91% YoY ขณะที่งวด 6 เดือนมีรายได้ 78.14 ล้านบาท ลดลง 69.90% YoY โดยรายได้หลักมาจากงานก่อสร้างที่ชะลอตัวลงอย่างมาก ทั้งนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายรวมลดลง 73.05% YoY ตามปริมาณงานที่ลดลง แต่ถูกซ้ำเติมด้วยการตั้งสำรองหนี้เสียก้อนใหญ่ โอกาส การเข้าประมูลโครงการใหม่ทั้งจากภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างรายได้ทดแทน การบริหารจัดการเจ้าหนี้การค้าและการยืดเวลาจ่ายเงินโดยไม่เสียเครดิต การเจรจาขอใช้เงินประกันการเช่าโรงงานมาจ่ายค่าเช่า เพื่อรักษาสภาพคล่องเงินสดไว้หมุนเวียนในธุรกิจ ความเสี่ยง ความล่าช้าของโครงการเดิม (โดยเฉพาะโครงการในจังหวัดภูเก็ต) ที่อาจส่งผลต่อกระแสเงินสด ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ของลูกหนี้การค้าที่อาจต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนในการได้รับงานใหม่เพื่อมาทดแทนรายได้ที่หายไป สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการเจรจากับลูกหนี้การค้าในโครงการจังหวัดภูเก็ต ผลการประมูลงานใหม่ว่าสามารถชนะและเริ่มรับรู้รายได้ได้เมื่อใด ความสำเร็จในการเจรจานำเงินประกันการเช่าโรงงานมาจ่ายค่าเช่าในปีที่ 3 การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไม่ให้บานปลาย กระแสเงินสดหมุนเวียนรายสัปดาห์ตามที่ฝ่ายบริหารได้จัดทำประมาณการไว้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทเน้นการรับเหมาก่อสร้างเป็นหลัก ซึ่งในไตรมาสนี้ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกคือการปรับแก้แบบของผู้ว่าจ้าง ทำให้ Backlog เดิมไม่สามารถรับรู้รายได้ได้ตามแผน ส่งผลให้บริษัทต้องหันมาเน้นการบริหารจัดการสภาพคล่องด้วยการลดต้นทุนและเจรจาภาระผูกพันทางการเงินแทนการเร่งก่อสร้างในโครงการที่ติดปัญหา ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 สินทรัพย์รวมลดลง 16.03% จากการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตและการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ใช้งานไม่ได้ หนี้สินรวมลดลง 6.22% จากการจ่ายค่าเช่าโรงงาน ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 60.08% จากผลกระทบของการตั้งสำรองหนี้เสีย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารเชื่อมั่นว่าจะมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับการดำเนินธุรกิจตามแผนที่วางไว้ สรุปท้าย ผลประกอบการของ HYDRO ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความท้าทายอย่างหนักจากรายได้ที่หดตัวและการตั้งสำรองหนี้เสีย แม้บริษัทจะพยายามบริหารจัดการสภาพคล่องผ่านการเจรจาภาระผูกพันต่างๆ แต่ความสำเร็จในระยะถัดไปขึ้นอยู่กับความสามารถในการเรียกเก็บหนี้และการคว้างานใหม่เพื่อสร้างรายได้ทดแทน ซึ่งนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูอย่างใกล้ชิด