2026-08-17T07:14:32+00:00 fin K บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) K เผยผลประกอบการ Q2/2569 ขาดทุนสุทธิ 18.22 ล้านบาท รับผลกระทบลูกค้าชะลอลงทุนจากภาวะสงคราม รายได้จากการให้บริการหดตัว 47% YoY กดดันผลประกอบการรวม ขณะที่บริษัทเร่งคุมเข้มค่าใช้จ่ายเพื่อประคองธุรกิจผ่านช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว บริษัท คิงส์เมน ซี.เอ็ม.ที.ไอ. จำกัด (มหาชน) หรือ K รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 มีรายได้จากการให้บริการอยู่ที่ 106.54 ล้านบาท ลดลง 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 18.22 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะปรับตัวลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ดีขึ้นจนกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 110% YoY โดยฝ่ายจัดการชี้ว่าสถานการณ์เริ่มมีสัญญาณบวกจากราคาสินค้าที่เข้าสู่ภาวะปกติและลูกค้าเริ่มกลับมาวางแผนการตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 คือการหดตัวอย่างรุนแรงของรายได้จากการให้บริการ ทั้งในส่วนของงานแสดงสินค้า/กิจกรรมทางการตลาด และงานตกแต่งภายใน (INT) ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากภาวะสงครามที่สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ปัจจัยหลักมาจากความผันผวนของราคาน้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และระบบโลจิสติกส์ ซึ่งส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มหลัก โดยเฉพาะกลุ่ม Luxury Brand ตัดสินใจชะลอการลงทุนและทบทวนงบประมาณการใช้จ่าย ทำให้โครงการต่างๆ ถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไป ส่งผลให้รายได้รวมลดลงเหลือ 106.54 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในด้านการบริหารจัดการ บริษัทสามารถลดต้นทุนการให้บริการได้ถึง 49% YoY และลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลง 37.18% YoY ทำให้แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทสามารถพลิกฟื้นกำไรขั้นต้นให้เป็นบวกได้ที่ 6.78 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 110% YoY) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็น "ความท้าทายระยะสั้นที่เริ่มคลี่คลาย" โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์ปัจจุบันลูกค้าเริ่มมีการปรับตัวและเห็นทิศทางที่ดีขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าที่เกี่ยวข้องเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้ลูกค้าเริ่มกลับมาวางแผนใช้เงินเพื่อรุกตลาดอีกครั้งเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ ความต่อเนื่องของผลประกอบการขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของกำลังซื้อในครึ่งปีหลังเป็นสำคัญ Highlight สำคัญ รายได้จากการให้บริการ: 106.54 ล้านบาท ลดลง 92.85 ล้านบาท หรือ -47% YoY กำไรขั้นต้น: 6.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110% YoY สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: 24.01 ล้านบาท ลดลง 37.18% YoY จากการควบคุมค่าใช้จ่ายภายในอย่างเข้มงวด ผลขาดทุนสุทธิ: 18.22 ล้านบาท แม้ยังขาดทุนแต่ปรับตัวดีขึ้น 56% เมื่อเทียบกับขาดทุน 41.31 ล้านบาทใน Q2/2568 ต้นทุนทางการเงิน: 1.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY จากการต่ออายุสัญญาเช่าออฟฟิศและโรงงานที่มีการปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากผลกระทบภายนอกที่ทำให้ลูกค้าชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของบริษัทในการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย ทำให้ผลขาดทุนสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าอย่างชัดเจน โอกาส ราคาสินค้าและวัสดุที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานเริ่มกลับสู่ภาวะปกติและมีความผันผวนลดลง ลูกค้ากลุ่มหลักเริ่มกลับมาวางแผนการตลาดและใช้เงินลงทุนเพื่อรุกตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง การเป็น "คู่คิด" ให้กับลูกค้าในการวางแผนการใช้เงินให้คุ้มค่า ช่วยรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้ ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนจากภาวะสงครามที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนการขนส่ง/นำเข้า-ส่งออก การชะลอตัวของเศรษฐกิจที่อาจทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลื่อนหรือยกเลิกโครงการอีกครั้ง ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับค่าเช่าพื้นที่ออฟฟิศและโรงงาน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การฟื้นตัวของยอดสั่งงาน (Backlog) ในช่วงครึ่งปีหลัง ความสามารถในการรักษาฐานลูกค้ากลุ่ม Luxury Brand การควบคุมค่าใช้จ่ายภายในให้ยังคงมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง ทิศทางราคาสินค้าและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างในตลาดโลก รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ธุรกิจของบริษัทได้รับผลกระทบโดยตรงจากความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการในภาคอสังหาริมทรัพย์และรีเทล ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของงานตกแต่งภายใน (INT) และงานกิจกรรมการตลาด การที่ลูกค้าชะลอการลงทุนส่งผลกระทบต่อกระแสรายได้โดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถลดต้นทุนการให้บริการได้มากกว่ารายได้ที่ลดลง (ต้นทุน -49% เทียบกับรายได้ -47%) สะท้อนถึงการปรับตัวเชิงโครงสร้างต้นทุนที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในภาวะวิกฤต ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 1.99 ล้านบาท (+9% YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากการต่ออายุสัญญาเช่าออฟฟิศและโรงงานทั้ง 2 แห่ง โดยมีการปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นตามสัญญา ซึ่งเป็นปัจจัยคงที่ที่บริษัทต้องบริหารจัดการในระยะยาว สรุปท้าย ผลประกอบการ Q2/2569 ของ K สะท้อนถึงความพยายามในการประคองตัวท่ามกลางปัจจัยลบจากภาวะสงคราม แม้รายได้จะลดลงอย่างมาก แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เข้มงวดช่วยลดผลขาดทุนลงได้กว่าครึ่งเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยทิศทางในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการที่ลูกค้าเริ่มกลับมาวางแผนการตลาด ซึ่งบริษัทต้องอาศัยความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและควบคุมความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนภายนอกเพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวก