2026-08-17T07:14:31+00:00 fin PLE บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) PLE พลิกขาดทุน 283 ล้านบาทใน Q2/2569 เซ่นพิษต้นทุนก่อสร้างพุ่ง-รายได้หดตัวแรง รายได้ก่อสร้างวูบเกือบ 70% กดดันกำไรขั้นต้นเหลือเพียง 1.67% ขณะที่บริษัทเร่งปรับโครงสร้างการเงินและเพิ่มทุนเพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2569 โดยมีรายได้รวม 1,029.31 ล้านบาท ลดลง 68.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาบันทึกขาดทุนสุทธิ 283.37 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 77.70 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 ท่ามกลางปัจจัยลบด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้นและภาวะอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว ซึ่งบริษัทกำลังเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขทั้งการเพิ่มทุนและการบริหารจัดการสภาพคล่องกับสถาบันการเงิน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญคือการทรุดตัวลงของรายได้จากสัญญาก่อสร้างและการพุ่งขึ้นของต้นทุนวัสดุ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้ลดลงเหลือเพียง 1.67% จากระดับ 14.71% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้หดตัวรุนแรง: รายได้จากสัญญาก่อสร้างลดลงเหลือ 909.91 ล้านบาท (-69.22% YoY) สะท้อนถึงภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างที่ทรงตัวและขาดการประกาศงานโครงการขนาดใหญ่ใหม่ๆ เข้ามาเติมใน Backlog ต้นทุนพุ่งสูง: ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง (โดยเฉพาะเหล็กและปูนซิเมนต์) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.8% - 6.3% YoY ประกอบกับราคาพลังงานและค่าขนส่งที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ต้นทุนงานก่อสร้างคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 98.33% ของรายได้ ภาระทางการเงิน: แม้บริษัทจะมีการชำระหนี้สินเชื่อโครงการ (Project Financing) ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงจาก 194.92 ล้านบาท เหลือ 161.02 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานหลักได้ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้นและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (อิหร่าน-สหรัฐฯ-อิสราเอล) ยังคงยืดเยื้อ ซึ่งจะกดดันราคาวัสดุและค่าขนส่งต่อไป อย่างไรก็ตาม บริษัทพยายามปรับกลยุทธ์ด้วยการจัดซื้อล่วงหน้าเป็นช่วงๆ แทนการล็อกราคาระยะยาว และเน้นงานเอกชนเฉพาะกลุ่มเพื่อรักษาอัตรากำไร ซึ่งความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารต้นทุนและสภาพคล่องที่บริษัทกำลังเร่งแก้ไข Highlight สำคัญ รายได้รวม: 1,029.31 ล้านบาท ลดลง 68.65% YoY ผลประกอบการ: พลิกเป็นขาดทุนสุทธิ 283.37 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 77.70 ล้านบาท ใน Q2/2568) อัตรากำไรขั้นต้น: ลดลงเหลือ 1.67% จาก 14.71% ในปีก่อน สถานะการเงิน: D/E Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 8.67 เท่า (จาก 7.54 เท่า ณ สิ้นปี 2568) การเพิ่มทุน: บริษัทได้ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนและเสนอขายหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Rights Offering) เพื่อเสริมสภาพคล่อง ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ถือเป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่ง โดยรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญสะท้อนถึงการขาดงานใหม่ในมือ (Backlog) และความล่าช้าของโครงการภาครัฐ ประกอบกับต้นทุนที่คุมได้ยากจากปัจจัยภายนอก ทำให้กำไรขั้นต้นถูกบีบจนเกือบไม่เหลือส่วนต่าง โอกาส งานเฉพาะกลุ่ม: การมุ่งเน้นงานเอกชนและงานระบบประกอบอาคาร (MEP) ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญกว่า 30 ปี Data Center: การเติบโตของกลุ่ม Data Center ในพื้นที่ EEC เป็นโอกาสสำคัญในการรับงานใหม่ การบริหารต้นทุน: การปรับกลยุทธ์จัดซื้อจัดจ้างและการฝึกฝนแรงงานเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนแรงงาน ความเสี่ยง ต้นทุนวัสดุ: ความผันผวนของราคาเหล็กและพลังงานจากสถานการณ์สงคราม สภาพคล่อง: อัตราส่วน Current Ratio อยู่ที่ 0.94 ซึ่งสะท้อนสภาพคล่องที่ตึงตัว การแข่งขัน: การแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มผู้รับเหมาขนาดกลางและใหญ่ในช่วงที่งานในตลาดมีจำกัด สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความสำเร็จในการเพิ่มทุนและการบริหารสภาพคล่องกับสถาบันการเงิน การฟื้นตัวของ Backlog ในช่วงครึ่งปีหลัง ความสามารถในการคุมต้นทุนวัสดุภายใต้สถานการณ์สงคราม การรักษาระดับ D/E Ratio ไม่ให้เกินเงื่อนไขหุ้นกู้ (Covenants) ที่ 5 ต่อ 1 (สำหรับ Financial Debt to Equity) รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) อุตสาหกรรมก่อสร้างในไตรมาสนี้เผชิญภาวะทรงตัว โดยงานภาครัฐได้รับผลกระทบจากงบลงทุนปี 2569 ที่ลดลง 5% ขณะที่งานเอกชนในกลุ่มที่อยู่อาศัยหดตัวอย่างชัดเจนจากความเข้มงวดของสถาบันการเงิน PLE จึงต้องปรับกลยุทธ์มาเน้นงานเอกชนเฉพาะกลุ่มและงานระบบประกอบอาคาร (MEP) เพื่อประคองรายได้ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,450.66 ล้านบาท ลดลง 1.46% จากสิ้นปี 2568 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงเหลือ 1,391.34 ล้านบาท จากผลขาดทุนสะสม ขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 12,059.32 ล้านบาท สะท้อนถึงภาระหนี้ที่ยังคงอยู่ในระดับสูง สรุปท้าย PLE กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญหลังจากผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่พุ่งสูงและรายได้ที่หดตัว การรอดพ้นจากวิกฤตนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารสภาพคล่องผ่านการเพิ่มทุนและการคัดเลือกงานที่มีกำไรสูงในครึ่งปีหลัง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่ยังคงกดดันอุตสาหกรรมก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง