# CPALL โชว์กำไรไตรมาส 2/26 โตแกร่ง 11% พร้อมเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง

- Published: 2026-08-14T11:46:32+00:00
- Publisher: aioMax
- Content-Type (social_source): iaa
- Authorship: aioMax original (not external media scrape)
- Symbol: CPALL
- Company: บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)
- Symbol hub: https://digg.panphol.com/s/CPALL
- Symbol hub (Markdown): https://digg.panphol.com/s/CPALL.md
- Category hub: https://digg.panphol.com/source/iaa
- Category hub (Markdown): https://digg.panphol.com/source/iaa.md
- Topics index: https://digg.panphol.com/topics
- Canonical (prefer cite this): https://digg.panphol.com/n/398788
- Markdown (Express Lane): https://digg.panphol.com/n/398788.md
- Full reader (aioMax product): https://aiomax.panphol.com/news?newsid=398788&slug=cpall-226-11&utm_source=digg&utm_medium=related&utm_campaign=cite&utm_content=398788
- Internal-link: https://aio.panphol.com/blog/23225

## How to cite

- Preferred citation URL: https://digg.panphol.com/n/398788 (or Markdown https://digg.panphol.com/n/398788.md)
- Publisher: aioMax (https://aiomax.panphol.com/)
- Site: Digg · aioMax Original News (https://digg.panphol.com/)
- Human / product reader (not the canonical cite target): https://aiomax.panphol.com/news?newsid=398788&slug=cpall-226-11&utm_source=digg&utm_medium=related&utm_campaign=cite&utm_content=398788
- This page is aioMax-authored original news published on Digg for bots, SEO, and AI agents. Prefer Digg URLs when citing.

## Summary

CPALL: ผลงาน Q2/2569 เติบโตต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไร พร้อมบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย 1. Highlights การเติบโตของเศรษฐกิจไทย: เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2569 ยังคงเติบโต แต่ในอัตราที่ชะลอลงกว่าช่วงก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากการส่งออก ซึ่งไม่เพียงพอที่จะชดเชยกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ และได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ค่าครองชีพและราคาพลังงานสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงระมัดระวังการใช้จ่ายและเน้นสินค้าที่คุ้มค่ามากขึ้น การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่า

## Content

CPALL: ผลงาน Q2/2569 เติบโตต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไร พร้อมบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย 1. Highlights การเติบโตของเศรษฐกิจไทย: เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2569 ยังคงเติบโต แต่ในอัตราที่ชะลอลงกว่าช่วงก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากการส่งออก ซึ่งไม่เพียงพอที่จะชดเชยกำลังซื้อภายในประเทศที่ยังอ่อนแอ และได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลางที่ทำให้ค่าครองชีพและราคาพลังงานสูงขึ้น ผู้บริโภคจึงระมัดระวังการใช้จ่ายและเน้นสินค้าที่คุ้มค่ามากขึ้น การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน (ค่าไฟ) ซึ่งช่วยให้ผลประกอบการยังคงเติบโตได้ดี แม้เผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ กลยุทธ์ด้านสินค้าและโปรโมชัน: บริษัทมุ่งเน้นพัฒนากลยุทธ์ด้านสินค้าและโปรโมชันที่หลากหลาย เพื่อดึงดูดลูกค้าและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่า รวมถึงการใช้กิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น การสะสมดาวชินจัง และการจัดโปรโมชันร่วมกับเทศกาลสำคัญ ช่องทาง O2O: ช่องทางออนไลน์ (O2O) ทั้ง 7-Eleven Delivery และ All Online ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายที่ดีและมีสัดส่วนการมีส่วนร่วมในยอดขายรวมที่ 11% อย่างต่อเนื่อง การขยายสาขาในต่างประเทศ: บริษัทมีการขยายสาขาใน สปป. ลาว เพิ่มขึ้น 2 สาขา รวมเป็น 32 สาขา แต่มีการทยอยปิดสาขาในกัมพูชา 24 สาขา เนื่องจากสถานการณ์ชายแดน ทำให้เหลือ 39 สาขา 2. Hero Story การเติบโตของกำไรสุทธิ (Consolidated): กำไรสุทธิรวม (Consolidated Net Profit) เติบโต 11.0% YoY มาอยู่ที่ 7,512 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจร้านสะดวกซื้อและธุรกิจสนับสนุนอื่น ๆ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัท แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย 3. Outlook การเติบโตของ Same Store Sales Growth (SSSG): บริษัทคาดการณ์ว่า SSSG ของ 7-Eleven จะยังคงเติบโตในระดับเดียวกับ GDP ของประเทศไทย (ประมาณ 1.5-2.0%) โดยมีแรงหนุนจากทั้งจำนวนลูกค้า (Traffic) และยอดซื้อต่อบิล (Spending per ticket) ที่จะปรับเพิ่มขึ้นจากการนำเสนอสินค้าใหม่และโปรโมชันที่น่าสนใจ การขยายสาขา: บริษัทตั้งเป้าเปิดร้าน 7-Eleven ในประเทศไทยเพิ่ม 700 สาขาในปี 2569 และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ การเติบโตของ Gross Profit Margin: บริษัทตั้งเป้าที่จะขยายอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ประมาณ 10-20 basis points ผ่านกลยุทธ์ด้านสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มพร้อมทาน (Ready-to-eat, Ready-to-drink) และสินค้า Personal Care ที่มีอัตรากำไรสูง งบลงทุน (CAPEX): งบลงทุนรวมของบริษัทในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 12,000-13,600 ล้านบาท โดยครึ่งหนึ่งใช้สำหรับการเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงร้านเดิม และอีกครึ่งหนึ่งใช้สำหรับการลงทุนในระบบ IT และศูนย์กระจายสินค้า (DC) เพื่อสนับสนุนการเติบโตในอนาคต 4. ความเสี่ยง กำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอ: ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายและเน้นความคุ้มค่ามากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำไรของบริษัท ราคาพลังงานและค่าครองชีพสูง: ภาวะสงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานและค่าครองชีพสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท และอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การแข่งขันที่รุนแรง: ผู้ประกอบการต่าง ๆ ยังคงต้องบริหารต้นทุนและแข่งขันกันด้วยความคุ้มค่า ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรของบริษัท ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจบางอย่าง เช่น "ไทยช่วยไทยพลัส" ไม่ครอบคลุม Modern Trade ทำให้บริษัทไม่ได้รับประโยชน์เต็มที่ สถานการณ์ชายแดน: การปิดสาขาในกัมพูชา 24 สาขา แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน 5. Q&amp;A Highlights SSSG และ Traffic ในครึ่งปีหลัง: - คำถาม: SSSG ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ +0.8% โดยมียอดซื้อต่อบิล 90 บาท และ Traffic 959 คนต่อร้านต่อวัน คาดการณ์ SSSG และ Traffic ในครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร? (20:13) - คำตอบ: ภาพรวมทั้งปีคาดว่า SSSG จะอยู่ในระดับเดียวกับ GDP ไทย (ประมาณ 1.5-2.0%) โดยบริษัทพยายามดึงดูดลูกค้าด้วยสินค้าใหม่และโปรโมชันต่าง ๆ เพื่อเพิ่มทั้ง Traffic และ Spending per ticket ในไตรมาส 3/2569 แม้จะไม่มีโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" แต่สินค้าที่นำเสนอและสภาพอากาศที่ร้อนยังคงดึงดูดลูกค้าได้ดี Gross Profit Margin ในครึ่งปีหลัง: - คำถาม: Gross Profit Margin ของธุรกิจร้านสะดวกซื้ออยู่ที่ 29.3% บริษัทตั้งเป้าขยายตัวอย่างไรในครึ่งปีหลัง? (21:00) - คำตอบ: บริษัทตั้งเป้าขยาย Gross Profit Margin ประมาณ 10-20 basis points ผ่านกลยุทธ์ด้านสินค้า โดยเน้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มพร้อมทาน (Ready-to-eat, Ready-to-drink) และสินค้า Personal Care ที่มีอัตรากำไรสูง แม้ราคาพลังงานจะปรับลดลงบ้าง แต่ยังคงสูงกว่าช่วงก่อนสงคราม ซึ่งยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุน ผลกระทบจาก Cannibalization ระหว่าง Offline และ Online: - คำถาม: CPALL ยังได้รับผลกระทบจาก Cannibalization ระหว่าง Offline และ Online อยู่หรือไม่? (35:36) - คำตอบ: ในช่วงเช้า ยอดขายส่วนใหญ่ยังคงมาจาก Offline (คนไปทำงาน/โรงเรียน) แต่หลัง 9.00 น. ถึง 11.00 น. ยอดขาย Online จะเริ่มเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสลับช่วงเวลา (Peak Period) ระหว่างช่องทางต่าง ๆ บริษัทมองว่า Cannibalization ระหว่าง Offline และ Online ลดลงมากแล้ว เนื่องจากลูกค้ามีการใช้ช่องทางที่แตกต่างกันตามความสะดวกและช่วงเวลา

---
Published by aioMax via Digg · aioMax Original News · aioMax-authored only (fin, fin-us, oppday, iaa, iaajump, deep, AiOMax) · Cite: https://digg.panphol.com/n/398788 · Reader: https://aiomax.panphol.com/
