2026-08-14T11:44:43+00:00 iaa AP บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) AP โชว์กำไร Q2/69 แกร่งพร้อมลุยครึ่งปีหลังรับทรัพย์ต่อเนื่อง ผลงานไตรมาส 2/69 เติบโตตามนัด บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลการดำเนินงานของ AP ในไตรมาส 2/69 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.06 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 17.7% จากไตรมาสก่อน แรงหนุนสำคัญมาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่สูงถึง 1.05 หมื่นล้านบาท เติบโต 8.4% YoY และ 13% QoQ โดยเฉพาะกลุ่มแนวราบที่ส่งมอบได้ตามแผน รวมถึงคอนโดมิเนียมใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ยังปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 29.3% จากการบริหารจัดการพอร์ตสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง ช่วยลดผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาได้เป็นอย่างดี กลยุทธ์เชิงรุกดันยอดขายครึ่งปีหลัง บริษัทปรับเพิ่มมูลค่าการเปิดโครงการใหม่ปี 2569 เป็น 5.6 หมื่นล้านบาท (46 โครงการ) โดยเน้นรุกตลาดแนวราบเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการเลื่อนเปิดคอนโดมิเนียมบางแห่ง ทั้งนี้ยอดขาย (Presale) ในช่วง 7 เดือนแรกของปีทำได้แล้ว 2.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 57% ของเป้าหมายทั้งปี สำหรับแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) คาดว่าจะ เติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยบวกจาก Backlog แนวราบที่รอส่งมอบกว่า 2 หมื่นล้านบาท และการเปิดโครงการใหม่เชิงรุกถึง 27 โครงการ รวมถึงการส่งมอบคอนโดมิเนียมใหม่ที่จะเข้ามาเสริมทัพในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปีนี้ ข้อสังเกตความเสี่ยงและสถานะทางการเงิน แม้ภาพรวมธุรกิจจะสดใส แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้นอาจกดดันประสิทธิภาพการทำกำไรในอนาคต อย่างไรก็ตาม AP ยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินได้ดี โดยมี Net Gearing ต่ำเพียง 0.66 เท่า ซึ่งเป็นฐานที่มั่นคงในการรองรับการเติบโตและจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับไปใช้มูลค่าพื้นฐานปี 2570 ที่ 10.50 บาท (อิง PER 7 เท่า) โดยมองว่า AP มีความน่าสนใจจาก 1) ทิศทางกำไรที่จะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 3-4 โดยคาดว่าไตรมาส 4/69 จะเป็นจุดสูงสุดของปี 2) มี Backlog แข็งแกร่งถึง 4.18 หมื่นล้านบาท รองรับรายได้ยาวถึงปี 2572 3) สถานะการเงินแกร่งและจ่ายปันผลสม่ำเสมอเฉลี่ยสูงกว่า 6% ต่อปี และ 4) ระดับราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายด้วย PER ต่ำกว่า 6 เท่า ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าลงทุน