Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KCE บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน)

KCE รับอานิสงส์ยอดขายพุ่ง โบรกฯ ปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมาย

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE ได้รับการปรับเพิ่มคำแนะนำจาก Underperform เป็น Neutral โดยโบรกเกอร์ KGI ได้ปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นสู่ระดับ 48.00 บาท จากเดิมที่ 32.00 บาท สะท้อนภาพรวมผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 เจาะลึกปัจจัยหนุนการเติบโต KGI คาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 3/2569 จะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนจาก การปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ประกอบกับ ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 8-9% จากฐานลูกค้าเดิม นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจาก 18.9% ในไตรมาส 2/2569 มาอยู่ที่ระดับ 23-24% ในไตรมาส 3/2569 จากการบริหารจัดการต้นทุนและการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ทั้งนี้ คาดว่ากำไรปกติในปี 2569 จะเติบโตสูงถึง 57% YoY และเติบโตต่อเนื่องอีก 20% ในปี 2570 ข้อสังเกตและความเสี่ยงที่ต้องจับตา แม้แนวโน้มการเติบโตจะสดใส แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะ ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาทองแดงที่พุ่งสูงขึ้นตามความต้องการในอุตสาหกรรม AI ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรหากการส่งผ่านต้นทุนทำได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ เป้าหมายการเติบโตของยอดขายในปี 2570 ที่ 20% อาจมีความท้าทายจากข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตเนื่องจากภาวะอุปทานตึงตัว รวมถึงความเสี่ยงจากค่าเงินบาทที่อาจแข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรสุทธิในอนาคต สรุปภาพรวมการลงทุน โบรกเกอร์ KGI ได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ขึ้น 12-17% เพื่อสะท้อนการปรับราคาขายรอบที่สองและการขยายส่วนแบ่งการตลาด สำหรับราคาเป้าหมายใหม่ที่ 48.00 บาท อ้างอิงจากค่า PER ที่ 38.0 เท่า (เทียบเท่า PEG 1.0 เท่า) โดยมองว่า KCE กำลังเข้าสู่รอบการเติบโตที่โดดเด่นในปีนี้และปีหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการเจรจาปรับราคาขายรอบที่สองที่จะมีผลในไตรมาส 4/2569 อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความสามารถในการรักษาอัตรากำไรท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน