Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa NER บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)

NER โชว์กำไร Q2/2569 แกร่งเกินคาด โบรกฯ มั่นใจเคาะซื้อเป้าหมาย 5.60 บาท

NER: ผลประกอบการ Q2/2569 ฟื้นตัวจากราคาขายที่เพิ่มขึ้น พร้อมรับมือความท้าทายจาก El Niño 1. Highlights NER แสดงผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะอัตรากำไรขั้นต้นที่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและปีก่อนหน้า การบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนผลกำไร นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านความยั่งยืน (ESG) โดยมีการใช้พลังงานสะอาดและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการดูแลคู่ค้าและชุมชนอย่างต่อเนื่อง 2. Hero Story อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ฟื้นตัวเป็น 10.24% ใน Q2/2569 เป็นฮีโร่ของไตรมาสนี้ โดยปรับตัวสูงขึ้นจาก 8.62% ใน Q1/2569 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับราคาขายที่เพิ่มขึ้นตามสภาวะตลาดโลกและราคายางพาราที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้บริษัทสามารถรักษาส่วนต่างราคาขายและต้นทุนได้ดีขึ้น แม้ปริมาณการขายจะลดลง 3. Outlook ปริมาณการขาย: บริษัทคาดว่าปริมาณการขายทั้งปี 2569 จะอยู่ที่ประมาณ 440,000 - 450,000 ตัน ซึ่งลดลงจากเป้าหมายเดิมที่ 500,000 ตัน เนื่องจากความไม่แน่นอนของผลกระทบจากปรากฏการณ์ El Niño ต่อปริมาณผลผลิตยางพารา อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): คาดการณ์ GPM ในครึ่งปีหลังจะอยู่ระหว่าง 9-11% โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายที่เพิ่มขึ้นตามราคายางพาราในตลาดโลก แผนการลงทุน: การก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 ถูกชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของ El Niño ต่ออุปทานยางพาราในอนาคต การขยายตลาด: บริษัทยังคงมุ่งเน้นการขยายตลาดในอินเดียเพื่อรองรับปริมาณการขายในอนาคต ESG: NER ยังคงดำเนินงานด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 7% ภายในปี 2569 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2573 4. ความเสี่ยง ปรากฏการณ์ El Niño: เป็นความเสี่ยงหลักที่ผู้บริหารให้ความสำคัญอย่างมาก โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตยางพาราในประเทศไทยและภูมิภาค ทำให้เกิดความไม่แน่นอนด้านอุปทานและราคา ซึ่งอาจกระทบต่อปริมาณการขายและต้นทุนของบริษัท ความผันผวนของราคายางพารา: แม้ว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ความผันผวนของราคายางพารายังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรของบริษัท การแข่งขันในตลาด: การแข่งขันในตลาดส่งออกยางพารายังคงมีอยู่ โดยเฉพาะจากประเทศผู้ผลิตรายอื่น ๆ เช่น อินโดนีเซียและเวียดนาม ความล่าช้าในการลงทุน: การชะลอการก่อสร้างโรงงานแห่งที่ 3 อาจส่งผลกระทบต่อศักยภาพการผลิตและการขยายธุรกิจในระยะยาว หากความต้องการในตลาดกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 5. Q&A Highlights Q1: ปริมาณการขายในครึ่งปีหลังและเป้าหมายทั้งปี 2569 เป็นอย่างไร? (25:01) * A1: ครึ่งปีแรกทำได้ 232,462 ตัน ครึ่งปีหลังคาดว่าจะทำได้อีกประมาณ 200,000 - 220,000 ตัน ทำให้เป้าหมายทั้งปีอยู่ที่ 440,000 - 450,000 ตัน ซึ่งลดลงจากเป้าหมายเดิม 500,000 ตัน เนื่องจากความกังวลเรื่องอุปทานจาก El Niño Q2: การเลื่อนการสร้างโรงงานแห่งที่ 3 จะกระทบต่อความสามารถในการผลิตและ GPM หรือไม่? (28:23) * A2: การเลื่อนโรงงานแห่งที่ 3 เกิดจากความไม่แน่นอนของอุปทานยางพาราจาก El Niño และเงื่อนไขของ CGIF ซึ่งยังไม่สามารถประเมินผลกระทบที่ชัดเจนได้ในขณะนี้ บริษัทจะพยายามรักษา GPM ในครึ่งปีหลังให้อยู่ระหว่าง 9-11% โดยเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขาย Q3: สภาพคล่องของบริษัทเป็นอย่างไร และมีแผนรับมือกับความผันผวนของราคายางพาราอย่างไร? (34:20) * A3: เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 69.06% จากสิ้นปี เนื่องจากราคาซื้อยางพาราที่สูงขึ้น ทำให้ต้องใช้เงินสดในการซื้อวัตถุดิบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีคำสั่งซื้อรองรับและกำหนดราคาขายไว้แล้วมากกว่า 90% ของสต็อก ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ Q4: แนวโน้มราคายางพาราใน Q3 และครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไร? (40:49) * A4: ราคาขายในครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรกมาก เนื่องจากราคายางพาราในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ประกอบการได้ price in ผลกระทบของ El Niño เข้าไปในราคาแล้ว ทำให้มีโอกาสทำกำไรได้ดีขึ้น Q5: บริษัทมี Market Share ในตลาดในประเทศเท่าไร? (37:19) * A5: บริษัทมี Market Share ประมาณ 8% ของปริมาณการใช้ยางในประเทศไทย