Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa OSP บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

OSP โชว์ฟอร์มแกร่ง GPM พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล

สรุปไฮไลท์สำคัญ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ด้วยกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท แม้จะปรับตัวลดลง 5.0% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยัง เติบโตแข็งแกร่งถึง 8.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2,257 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% YoY โดยมีปัจจัยบวกสำคัญคืออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-Time High) ที่ระดับ 42.8% จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนที่ยืดหยุ่น เจาะลึกเนื้อหาการดำเนินงาน ยอดขายในประเทศเติบโตได้ดีทั้งกลุ่มเครื่องดื่ม (+6.0% YoY) และกลุ่มของใช้ส่วนบุคคล (+8.3% YoY) แม้รายได้ต่างประเทศจะได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมา (-41.9% YoY) แต่หากตัดปัจจัยลบดังกล่าวออก ตลาดต่างประเทศยังคงขยายตัวได้ถึง +19.5% YoY สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง (2H69) คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตต่อเนื่องจากการออกสินค้าใหม่และการปรับพอร์ตสินค้าสู่กลุ่มพรีเมียม รวมถึงสถานการณ์ในเมียนมาที่คาดว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ทั้งนี้บริษัทได้ลงนามสัญญาให้เช่าที่ดินสำนักงานใหญ่หัวหมาก-รามคำแหง แก่ซีพี แอ็กซ์ตร้า เป็นเวลา 30 ปี เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว และประกาศ จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.45 บาทต่อหุ้น (ขึ้น XD วันที่ 27 ส.ค. 69) ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ให้คำแนะนำ "ซื้อ" โดยกำหนดราคาเป้าหมายที่ 19.63 บาทต่อหุ้น อ้างอิงวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ด้วย WACC ที่ 10.43% และ Terminal Growth ที่ 1.5% โดยมองว่า OSP มีความสามารถในการคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพสูงแม้เผชิญความผันผวนของราคาวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ การแข่งขันที่รุนแรง กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังเปราะบาง รวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และกฎระเบียบการนำเข้าที่เข้มงวดในเมียนมา ส่วนสรุปการลงทุน การเติบโตของ OSP ในปี 2569 สะท้อนถึงความสำเร็จในการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและการทำ Product Mix ที่เน้นสินค้ามาร์จิ้นสูง ราคาเป้าหมายที่ 19.63 บาท คิดเป็น Upside ราว 12.87% เมื่อเทียบกับราคาปิดล่าสุด และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 4% ต่อปี ถือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคง