Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PYLON บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน)

PYLON โชว์กำไร Q2/26 พุ่งแรง 36% พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 4%

PYLON: ผลงาน Q2/2569 กำไรสุทธิสูงสุดในรอบ 25 ไตรมาส พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.15 บาท/หุ้น 1. Highlights รายได้ (Revenue): 416.72 ล้านบาท (+6.7% YoY, -15.2% QoQ) กำไรขั้นต้น (Gross Profit): 121.57 ล้านบาท (+27.7% YoY, +4.9% QoQ) อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin): 29.28% (จาก 24.5% ใน Q2/2568 และ 23.7% ใน Q1/2569) กำไรสุทธิ (Net Profit): 80.15 ล้านบาท (+36.4% YoY, +3.8% QoQ) อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin): 19.23% (จาก 15.2% ใน Q2/2568 และ 16.2% ใน Q1/2569) กำไรต่อหุ้น (EPS): 0.107 บาท อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio): 0.51 เท่า อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio): 2.77 เท่า เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: 598.52 ล้านบาท Backlog: 1,513.5 ล้านบาท (ณ วันที่ 18 ส.ค. 2569) ปันผลระหว่างกาล: 0.15 บาท/หุ้น (ขึ้น XD วันที่ 27 ส.ค. 2569, จ่ายวันที่ 11 ก.ย. 2569) 2. Hero Story ไตรมาส 2/2569 เป็นไตรมาสที่บริษัททำกำไรสุทธิได้สูงสุดในรอบ 25 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับงานกำแพงกันดิน (Diaphragm Wall) ที่มีอัตรากำไรสูงถึง 40% ของรายได้ทั้งหมด และการแข่งขันในตลาดที่ลดลง ทำให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรที่ดีกว่างานเสาเข็มได้ 3. Outlook Backlog: ปัจจุบันมี Backlog อยู่ที่ 1,513.5 ล้านบาท ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง โครงการใหม่: บริษัทได้รับงานใหม่เพิ่มขึ้น 332.5 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2569 ถึงปัจจุบัน โครงการภาครัฐ: คาดว่าโครงการภาครัฐ เช่น มอเตอร์เวย์ และรถไฟฟ้าสายสีส้ม จะเริ่มประมูลได้ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะช่วยดูดซับ Supply ในตลาดและทำให้ Demand ต่อเนื่อง Data Center: คาดว่าจะเห็นงาน Data Center ออกมามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และบริษัทมีศักยภาพในการรับงานประเภทนี้ กำลังการผลิต: บริษัทมีกำลังการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการในปัจจุบัน และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้หากมีงานเพิ่มขึ้น การบริหารต้นทุน: บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ระบบ ERP และแอปพลิเคชันในการควบคุมคุณภาพและค่าใช้จ่าย 4. ความเสี่ยง การเปลี่ยนผ่านโครงการ: การเปลี่ยนผ่านโครงการขนาดใหญ่บางโครงการอาจทำให้รายได้ในบางไตรมาสลดลงชั่วคราว การแข่งขัน: แม้ว่าการแข่งขันในตลาดจะลดลง แต่ก็ยังคงต้องจับตาดูสถานการณ์ในอนาคต โครงการภาครัฐ: โครงการภาครัฐบางโครงการอาจมีการล่าช้าหรือยกเลิก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของตลาด ต้นทุน: ความผันผวนของราคาน้ำมัน คอนกรีต และเหล็กเส้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัท แม้ว่าจะมีการประเมินความเสี่ยงและคิดรวมไว้ในงบประมาณแล้วก็ตาม บุคลากร: การหาบุคลากรที่มีคุณภาพ เช่น วิศวกร โฟร์แมน และแรงงานฝีมือ เป็นความท้าทายในอุตสาหกรรมนี้ 5. Q&A Highlights Q1: บริษัทมองโอกาสและตั้งเป้าจะได้รับงานใหม่ใน 6-12 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะจากกลุ่ม Data Center, โรงงาน และโครงการภาครัฐอย่างไร? * A1: บริษัทคาดว่าจะเห็นงาน Data Center ออกมามากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และมีศักยภาพในการรับงานประเภทนี้ ส่วนโครงการภาครัฐ เช่น มอเตอร์เวย์ และรถไฟฟ้าสายสีส้ม คาดว่าจะเริ่มประมูลได้ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งจะช่วยดูดซับ Supply ในตลาดและทำให้ Demand ต่อเนื่อง Q2: Gross Profit Margin ที่ระดับ 23-25% จะเป็นระดับใหม่ที่ยืนได้ใน Q3-Q4 หรือไม่? * A2: บริษัทมีแนวโน้มที่จะรักษา Gross Profit Margin ในระดับที่เหมาะสมได้ต่อไปในครึ่งปีหลัง เนื่องจากงานที่รับมาใหม่มี Margin ที่ดี และการแข่งขันในตลาดลดลง Q3: ในช่วง Q2 มีสัดส่วนงาน Diaphragm Wall ต่องานทั้งหมดเป็นเท่าไร และคาดว่าในครึ่งปีหลังจะคงที่หรือลดลง? * A3: ใน Q2 สัดส่วนงาน Diaphragm Wall อยู่ที่ประมาณ 40% ของรายได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นงานที่มี Margin สูง คาดว่าใน Q3 สัดส่วนนี้จะยังคงใกล้เคียงเดิม แต่ใน Q4 อาจลดลงเล็กน้อยหากงาน Diaphragm Wall ของ Central Embassy แล้วเสร็จก่อนกำหนด Q4: ประเมินการใช้กำลังการผลิตใน Q3 อย่างไร เทียบกับ Q2? * A4: ใน Q2 บริษัทใช้กำลังการผลิตประมาณ 17-18 ชุดทำงาน และใน Q3 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20-22 ชุดทำงาน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของไตรมาส เนื่องจากโครงการ Central Embassy เริ่มเดินหน้าเต็มที่ Q5: จากข่าวลือเรื่องสงครามยืดเยื้อ มีโอกาสที่จะมีผลกระทบหรือความเสี่ยงต่อบริษัทมากน้อยแค่ไหน? * A5: ความเสี่ยงเรื่องสงครามเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และจะสะท้อนไปที่ราคาต้นทุนน้ำมัน คอนกรีต และเหล็กเส้น ซึ่งบริษัทได้ประเมินความเสี่ยงและคิดรวมไว้ในต้นทุนปัจจุบันแล้ว หากไม่มีสงครามใหญ่ที่ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง บริษัทคาดว่าจะสามารถรักษา Margin ในระดับที่เหมาะสมได้ต่อไป