Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

สรุปผลงาน RATCH ไตรมาส 2/69 กำไรปกติแผ่ว เน้นถือรับปันผลต่อเนื่อง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากรายการพิเศษและการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม กำไรปกติในไตรมาสนี้กลับอ่อนตัวลงเล็กน้อย 0.9% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าตามแผนและกระแสลมที่อ่อนตัวในออสเตรเลีย เจาะลึกผลประกอบการและการปรับประมาณการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า กำไรขั้นต้นของ RATCH ปรับตัวลดลง 22.0% จากไตรมาสก่อนหน้า กดดันจากโรงไฟฟ้าราชบุรี (RG) และหินกอง (HKP) ที่มีการหยุดซ่อมบำรุง รวมถึงกลุ่ม RAC ในออสเตรเลียที่มีปัจจัยฤดูกาลเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ยังโชคดีที่ได้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอย่างโรงไฟฟ้าไพตัน (PE) และหงสา (HPC) เข้ามาช่วยชดเชยได้เกือบทั้งหมด ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ลง 29.3% และ 20.5% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลประกอบการที่ต่ำกว่าคาด โดยประเมินกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 4.6 พันล้านบาท ลดลง 22.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัจจัยลบเรื่องโรงไฟฟ้า RG ที่หมดอายุสัญญาและการขายหุ้นใน PE ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรปกติจะยังคงอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผ่านพ้นช่วง High season ของฤดูร้อนไปแล้ว ทำให้ปริมาณขายไฟฟ้าในกลุ่ม IPP และ SPP ลดลง แม้จะมีแรงหนุนจากโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในช่วงฤดูฝนเข้ามาบ้างก็ตาม ทั้งนี้ บล.เอเซียพลัส ได้ปรับไปใช้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2570 ที่ 39.5 บาทต่อหุ้น โดยแนะนำให้เน้นการลงทุนเพื่อถือรับเงินปันผล ซึ่งคาดการณ์ Dividend Yield อยู่ในระดับที่น่าสนใจที่ 5-6% ต่อปี ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยลดความเสี่ยงในช่วงที่สถานการณ์โลกยังมีความไม่แน่นอนสูง สรุปภาพรวม แม้ผลประกอบการระยะสั้นจะถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาลและการซ่อมบำรุง แต่ RATCH ยังคงมีความแข็งแกร่งในด้าน ESG โดยเฉพาะด้านสังคมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Carbon Transition) และความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยรวมแล้ว RATCH ยังคงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุนที่เน้น การถือครองเพื่อรับผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สม่ำเสมอ