2026-08-14T20:34:34+00:00 fin CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) CK กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 แตะ 1,129 ล้านบาท รับรายได้ก่อสร้างหนุนต่อเนื่อง รายได้จากสัญญาก่อสร้างเติบโตตามความคืบหน้าโครงการใหญ่ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมปรับตัวลดลงจากปัจจัยฤดูกาลขายไฟฟ้า บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 1,129 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 16 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากสัญญาก่อสร้างเป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่เติบโตขึ้น 3.86% สอดคล้องกับความคืบหน้าของงานในมือ (Backlog) โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและเอกชนที่ทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การเติบโตของรายได้จากธุรกิจก่อสร้างที่รับรู้ตามความคืบหน้าโครงการ" ซึ่งถูกหักล้างบางส่วนด้วย "ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลง" จากปัจจัยด้านปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในกลุ่ม 1) หัวใจคืออะไร: รายได้จากสัญญาก่อสร้างปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 23,503 ล้านบาท (+3.86% YoY) จากการเร่งงานก่อสร้างโครงการสำคัญ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง, รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้, รถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และงานระบบรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิรวมลดลงเล็กน้อยเนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 98 ล้านบาท (-11.39% YoY) 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: ฝั่งรายได้: การรับรู้รายได้เป็นไปตามแผนงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ แม้ต้นทุนก่อสร้างจะปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงจาก 7.80% เหลือ 7.77% ฝั่งกำไรบริษัทร่วม: ปัจจัยกดดันหลักมาจาก CK Power ซึ่งมีรายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 และบางปะอิน โคเจนเนอเรชัน ลดลงตามปริมาณการขายไฟฟ้า รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากโครงการหลวงพระบาง พาวเวอร์ แม้จะได้รับแรงหนุนจากการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้นของ BEM ก็ตาม 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของ "รายได้ก่อสร้าง" เนื่องจากบริษัทมีโครงการในมือที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนงานชัดเจน ส่วน "ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม" ยังคงต้องติดตามปัจจัยด้านฤดูกาลและปริมาณการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ผันผวนตามสภาพอากาศและปริมาณน้ำในแต่ละช่วงเวลา Highlight สำคัญ รายได้รวม: 24,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.81% YoY กำไรสุทธิ: 1,129 ล้านบาท ลดลง 1.37% YoY อัตรากำไรขั้นต้น: อยู่ที่ 7.77% ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 7.80% ในปีก่อน สถานะการเงิน: อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net D/E) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 1.01 เท่า จาก 1.32 เท่า ณ สิ้นปี 2568 กระแสเงินสด: มีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน 3,145 ล้านบาท และมีการชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกปี 2569 สะท้อนถึงความมั่นคงของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่สามารถรักษาระดับรายได้ให้เติบโตได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยบริษัทเน้นการบริหารจัดการต้นทุนผสมและการเร่งงานก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เป็นสำคัญ โอกาส การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่จะสนับสนุนการเติบโตของรายได้ในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ทำได้ดีขึ้น ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเงินทุนของบริษัท ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาคือความผันผวนของต้นทุนก่อสร้างที่อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้น รวมถึงปัจจัยด้านปริมาณน้ำและสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของบริษัทร่วมในกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังน้ำ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่ยังคงเหลือใน Backlog ปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำในกลุ่มบริษัทร่วม การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินเพื่อรักษาอัตราส่วนหนี้สินให้ต่ำกว่าเงื่อนไขที่กำหนด (ไม่เกิน 3.00 เท่า) แนวโน้มการประมูลโครงการใหม่ๆ ของภาครัฐที่จะเข้ามาเติมใน Backlog รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทเน้นการรับรู้รายได้จากโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเป็นหลัก โดยโครงการที่ใกล้แล้วเสร็จ เช่น อุโมงค์ส่งน้ำบางมด-สำโรง และโครงการขุดคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร จะถูกแทนที่ด้วยการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เริ่มมีความคืบหน้ามากขึ้น ทำให้กระแสรายได้มีความต่อเนื่อง ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น โดยหนี้สินรวมลดลง 5,664 ล้านบาท จากการชำระคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ส่งผลให้ Net D/E Ratio ลดลงเหลือ 1.01 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเพดานที่กำหนดไว้ที่ 3.00 เท่า อย่างมาก สะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่ดี สรุปท้าย CK ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและรายได้จากการก่อสร้างได้อย่างมั่นคง แม้จะมีแรงกดดันจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล แต่ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นและการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการรองรับงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อไป