Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin RBF บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)

RBF กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 66% รับอานิสงส์ยอดขายต่างประเทศโตแกร่งและบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ

รายได้รวมขยายตัวต่อเนื่องจากตลาดต่างประเทศ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนและสิทธิประโยชน์ทางภาษี บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้เป็นเจ้าของอยู่ที่ 161.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 1,097.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.15% YoY หนุนโดยการขยายตัวของยอดขายในต่างประเทศที่เติบโตโดดเด่นถึง 19.84% ซึ่งช่วยชดเชยยอดขายในประเทศที่ชะลอตัวตามกำลังซื้อของผู้บริโภค Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตในรอบนี้ คือการเพิ่มขึ้นของยอดขายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง (High Margin Products) ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพผ่านฐานการผลิตในต่างประเทศ หัวใจคืออะไร: กำไรขั้นต้นของบริษัทในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.41% มาอยู่ที่ 420.23 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 38.31% จาก 35.15% ในปีก่อนหน้า นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง 11.54 ล้านบาท จากการได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในกลุ่มผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นและรสที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การเติบโตของรายได้มาจากยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น 45.89 ล้านบาท โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียสำหรับกลุ่มแป้งและซอส รวมถึงกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่น รสและสีผสมอาหาร ประกอบกับการย้ายฐานการผลิตไปยังบริษัทย่อยในต่างประเทศที่มีความพร้อมด้านวัตถุดิบและโครงสร้างต้นทุนที่แข่งขันได้มากกว่า ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนขายได้ดีขึ้นแม้รายได้จะเพิ่มขึ้น จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากกลยุทธ์การขยายตลาดในต่างประเทศยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก และการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากโครงการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นและรสจะเป็นปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อเนื่องในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามภาวะกำลังซื้อในประเทศที่ยังคงชะลอตัว ซึ่งอาจกดดันยอดขายในกลุ่มลูกค้าค้าปลีกขนาดใหญ่ต่อไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 161.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66.36% YoY รายได้จากการขาย: 1,097.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.15% YoY โดยยอดขายต่างประเทศโต 19.84% อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 38.31% (จาก 35.15% ใน Q2/2568) ปัจจัยหนุนภาษี: ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 11.54 ล้านบาท จากสิทธิประโยชน์ BOI ในกลุ่มผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่นและรส ยอดขายในประเทศ: ลดลง 1.49% YoY สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคที่ชะลอตัว ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 246.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.50% YoY แม้รายได้รวมจะเติบโตในอัตราที่ไม่สูงมากนัก แต่การปรับ Product Mix ไปสู่สินค้าที่มีมาร์จินสูงและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรหลัก โอกาส การขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง การใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตในต่างประเทศเพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากโครงการส่งเสริมการลงทุนที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มที่ ความเสี่ยง ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและยอดขายกลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่ ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายฐานการผลิตในต่างประเทศ (เช่น อินเดีย) สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้คงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในต่างประเทศ (โดยเฉพาะอินเดีย) ที่มีค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) บริษัทเน้นการผลิตและจำหน่าย Food Ingredients โดยกลุ่มวัตถุแต่งกลิ่น รสและสีผสมอาหาร และกลุ่มแป้งและซอส เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก การย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศช่วยลดความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในตลาดส่งออกอย่างชัดเจน ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,865.68 ล้านบาท เงินสดลดลงจากการจ่ายเงินปันผล 409.61 ล้านบาท และการลงทุนในเครื่องจักร 118.88 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 217.05 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.22 เท่า สะท้อนสถานะทางการเงินที่มั่นคง สรุปท้าย RBF แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการปรับโครงสร้างรายได้และต้นทุน โดยกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในไตรมาส 2/2569 มาจากการเน้นสินค้ามาร์จินสูงและการบริหารจัดการภาษี แม้ความท้าทายจากกำลังซื้อในประเทศจะยังคงอยู่ แต่การขยายตัวในตลาดต่างประเทศและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยประคองผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะถัดไป