Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin TLI บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

TLI กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2569 โต 6.92% รับรายได้ลงทุนหนุน — สรุป MD&A Q2/2569

รายได้จากเงินลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่กำไรจากธุรกิจใหม่ชะลอตัวจากฐานสูงปีก่อนหน้า บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ (หลัก) อยู่ที่ 6,367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากรายได้เงินปันผลรับที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากำไรจากการให้บริการตามสัญญาจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business CSM) จะปรับตัวลดลงเนื่องจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อนหน้าจากการเร่งขายประกันสุขภาพก่อนมาตรการ Copayment Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของกำไรในรอบนี้คือ "รายได้จากการลงทุนที่เติบโตแข็งแกร่ง" ซึ่งสามารถชดเชยการชะลอตัวของกำไรจากการรับประกันภัยและกำไรจากธุรกิจใหม่ได้สำเร็จ โดยกำไรจากการลงทุน (หลัก) ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 อยู่ที่ 1,367 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 54.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินปันผลรับจากเงินลงทุนในตราสารทุนภายในประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม กำไรจากการรับประกันภัย (5,000 ล้านบาท) ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 1.36% เนื่องจากฐานเปรียบเทียบที่สูงมากในปีก่อนหน้าจากยอดขายประกันสุขภาพที่เร่งตัวขึ้นก่อนการบังคับใช้มาตรการ Copayment ในเดือนมีนาคม 2568 นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินของหนี้สินจากสัญญาประกันภัยยังปรับตัวสูงขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้จากการลงทุนที่ยังคงมีเสถียรภาพจากพอร์ตกรมธรรม์ขนาดใหญ่ แต่ในส่วนของกำไรจากธุรกิจใหม่ (New Business CSM) ฝ่ายจัดการระบุว่าได้รับผลกระทบจากฐานสูงในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จินสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนร่วมในเงินปันผลรูปแบบใหม่ เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ (หลัก): 6,367 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.92% YoY กำไรจากการลงทุน (หลัก): 1,367 ล้านบาท พุ่งขึ้น 54.29% YoY จากเงินปันผลรับ New Business CSM: 5,211 ล้านบาท ลดลง 25.66% YoY จากฐานสูงปีก่อน ความแข็งแกร่งของเงินกองทุน (CAR): อยู่ที่ 459.10% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ 140% อย่างมีนัยสำคัญ มูลค่าพื้นฐานกิจการ (EV): อยู่ที่ 186,393 ล้านบาท ลดลง 8.08% จากผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยตลาดที่เพิ่มขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการครึ่งปีแรกสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ยืดหยุ่น แม้เผชิญกับความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและฐานเปรียบเทียบที่สูงในธุรกิจประกันสุขภาพ แต่รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นช่วยประคองกำไรสุทธิให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย โอกาส การเปิดตัวผลิตภัณฑ์นวัตกรรม "ไทยประกันชีวิต ไลฟ์เวิร์ส (LifeVerse)" ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบโจทย์ลูกค้าทุกช่วงชีวิต การขยายตัวของช่องทางพันธมิตรที่มีการปรับพอร์ตไปสู่ผลิตภัณฑ์มาร์จินสูง การนำเทคโนโลยี AI (AI Doctor) มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพ ความเสี่ยง ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยตลาดที่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์ลงทุนและมูลค่าพื้นฐานกิจการ (EV) ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนการนำเข้า การเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและมาตรการภาครัฐที่อาจกระทบต่อยอดขายประกันสุขภาพ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล การฟื้นตัวของยอดขายประกันสุขภาพภายหลังผ่านพ้นช่วงฐานสูง ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรของธุรกิจใหม่ (NB CSM Margin) ในช่องทางตัวแทนและพันธมิตร ผลกระทบจากความผันผวนของตลาดทุนต่อพอร์ตการลงทุน รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจประกันชีวิต) บริษัทฯ มีการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนอย่างระมัดระวัง โดยเน้นตราสารหนี้เป็นหลัก (83.94% ของสินทรัพย์ลงทุน) เพื่อสร้างรายได้คงที่ ขณะที่การบริหารความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ยมีการทำอนุพันธ์เพื่อป้องกันความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง โดยระยะเวลาของสินทรัพย์และหนี้สินมีความใกล้เคียงกันมาก ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 12,543 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.44% จากสิ้นปี 2568 สะท้อนสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง แม้ส่วนของเจ้าของจะลดลง 10.64% จากผลกระทบของกำไรที่ยังไม่รับรู้ของเงินลงทุนในตราสารหนี้ตามภาวะดอกเบี้ยตลาด แต่ Allocated Comprehensive Equity ยังคงเติบโต 1.22% สรุปท้าย TLI แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกระแสรายได้หลักจากพอร์ตการลงทุนที่เติบโตได้ดี แม้กำไรจากธุรกิจใหม่จะชะลอตัวลงจากปัจจัยฐานสูง แต่ด้วยระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง (CAR 459.10%) และกลยุทธ์การปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ที่เน้นมาร์จินสูง ทำให้บริษัทฯ ยังคงมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค