2026-08-14T19:46:49+00:00 iaa MTC บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) MTC ปรับเป้าสินเชื่อปี 2569 รับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจพร้อมคุมหนี้เสียอยู่หมัด MTC: ผลประกอบการ Q2/2569 เติบโตต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจและยกระดับธรรมาภิบาล 1. Highlights MTC ยังคงรักษาการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและรายได้รวมได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและสร้างผลตอบแทนจากพอร์ตสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการขยายเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการให้ความสำคัญกับ ESG และธรรมาภิบาล ซึ่งได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ 2. Hero Story การเติบโตของกำไรสุทธิ: กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1,905 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.66% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 4.49% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 23.44% ซึ่งสูงกว่าปีก่อน (21.83%) และไตรมาสก่อนหน้า (22.97%) สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัท 3. Outlook MTC มีเป้าหมายที่จะสร้างรายได้รวม 43,000 ล้านบาท ภายในปี 2571 โดยจะขับเคลื่อนผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1. Business Dimensions: - Business Growth: ขยายสาขาใหม่ในพื้นที่ศักยภาพสูงอย่างน้อย 30% และขยายฐานลูกค้า - Loan Portfolio Management: รักษาระดับ NPL ไม่เกิน 2.55% และพัฒนา NPL Dashboard เพื่อติดตามคุณภาพสินเชื่อ - Operational Excellence: รักษาระดับ Cost-to-Income Ratio ไม่เกิน 48% และบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน 2. Governance Dimensions: - Enhancing Good Governance: ยกระดับระบบต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน และกลไกการแจ้งเบาะแส - Enhancing Internal Audit Quality Evaluation: ยกระดับคุณภาพงานตรวจสอบภายในให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล 3. Climate Change Dimensions: - GHG Reduction Strategy: ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 10% ภายในปี 2569 และลดการใช้ทรัพยากรและกระดาษลง 4. ความเสี่ยง 1. ความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์: สงครามที่ยืดเยื้อและราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของลูกค้า ทำให้ความต้องการสินเชื่อและการชำระหนี้มีความท้าทาย 2. คุณภาพสินทรัพย์: แม้ NPL Ratio จะอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แต่การเพิ่มขึ้นของ Credit Cost และ NPL ในบางกลุ่มสินเชื่อยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา 3. การแข่งขันที่รุนแรง: การมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดสินเชื่ออาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไรของบริษัท 4. การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ: มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการชำระหนี้ของลูกค้าในระยะยาว 5. Q&A Highlights 1. Q: Portfolio Hire Purchase (HP) มีแผนการเติบโตและลดสัดส่วนอย่างไร? A: (42:14) HP เป็นผลิตภัณฑ์เสริม ไม่ได้เน้นการเติบโตเป็นหลัก แต่เป็นไปตามกลไกตลาดและนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังเพื่อป้องกัน NPL 2. Q: Cost of Fund (CoF) ลดลงอย่างต่อเนื่อง มองไตรมาส 3 และครึ่งปีหลังอย่างไร และมีแผนการระดมทุนอย่างไร จะออกหุ้นกู้ต่างประเทศอีกหรือไม่? A: (46:06) CoF ลดลงเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงและการออกหุ้นกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง รวมถึงการรีไฟแนนซ์หนี้เดิมอีกหลายพันล้านบาทในไตรมาส 3 และ 4 ทำให้เชื่อว่า CoF จะลดลงต่อเนื่อง ส่วนการระดมทุนต่างประเทศ บริษัทจะเลือกแหล่งเงินทุนที่ถูกที่สุดก่อน และไม่จำเป็นต้องรีบออกหุ้นกู้ต่างประเทศในตอนนี้ 3. Q: NPL ที่เพิ่มขึ้นมาจากลูกค้ากลุ่มใด มองว่าเป็นผลจากเศรษฐกิจไม่ดี หรือลูกค้าหมดมาตรการช่วยเหลือแล้วไม่สามารถจ่ายได้ และมองทิศทางไตรมาส 3 และครึ่งปีหลังอย่างไร? A: (47:18) NPL ที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามธรรมชาติของสภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแรงลง และเป็นผลจากการรับรู้ผลกระทบจากสงครามเต็มไตรมาส ซึ่งไม่ได้เป็นเฉพาะ MTC เท่านั้น แต่เป็นภาพรวมของประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการทั้งปีจะออกมาน่าพอใจ เนื่องจากมีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นในระยะกลางถึงยาว