Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BH บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

BH โชว์กำไรไตรมาส 2 แกร่ง พร้อมปรับเป้าหมายราคาขึ้นรับข่าวดีครึ่งปีหลัง

ผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตตามนัด บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานผลประกอบการของ BH ในไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7%YoY และ 5.5%QoQ สอดคล้องกับที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่เติบโต 7.1%YoY นำโดยกลุ่มเมียนมาร์ สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง ซึ่งช่วยชดเชยการชะลอตัวของรายได้ผู้ป่วยไทยและกลุ่มกัมพูชาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A/Sales) ลดลงเหลือ 15.8% พร้อมประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 4.00 บาทต่อหุ้น (XD 28 ส.ค.) มุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มครึ่งปีหลัง ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 7,714 ล้านบาท เติบโต 2.7%YoY โดยมองว่าไตรมาส 3/2569 จะเป็นช่วงที่ผลประกอบการเติบโตโดดเด่นทั้ง YoY และ QoQ จากแรงหนุนของ Pent-up Demand ของผู้ป่วยตะวันออกกลางที่กลับมาเดินทางได้สะดวกขึ้นหลังสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ผนวกกับเข้าสู่ช่วง High Season ของผู้ป่วยไทย ประกอบกับฐานรายได้ที่ไม่มีแรงกดดันจากกัมพูชาเหมือนช่วงปีก่อนหน้า ทำให้ภาพรวมครึ่งปีหลังมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าครึ่งปีแรกอย่างชัดเจน ข้อสังเกตด้านความเสี่ยงและการดำเนินงาน แม้ผลการดำเนินงานจะเติบโตได้ดี แต่ BH ยังคงมีความเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะความเปราะบางต่อปัจจัยภายนอก เช่น วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ข้อพิพาทระหว่างประเทศ หรือโรคระบาด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติที่เป็นรายได้หลัก นอกจากนี้ ในด้าน ESG บริษัทยังมีความท้าทายในการจัดการขยะทางการแพทย์ (Medical Waste) และการดูแล Compliance ที่ซับซ้อนตามมาตรฐานสากล เนื่องจากต้องรองรับความคาดหวังของผู้ป่วยจากหลายประเทศพร้อมกัน สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส ได้ปรับราคาเหมาะสมปี 2570 ขึ้นเป็น 220.00 บาทต่อหุ้น โดยใช้วิธี DCF สะท้อน Upside ราว 15% จากราคาปัจจุบัน จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (จากเดิม “เก็งกำไร”) เพื่อรองรับการเติบโตที่แข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของฐานผู้ป่วยต่างชาติและแรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นที่จะช่วยผลักดันกำไรในระยะถัดไป